<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303</id><updated>2012-01-19T23:15:36.300-08:00</updated><title type='text'>แหล่งข้อมูลทางการศึกษา</title><subtitle type='html'>สวัสดีครับสมาชิกทุกท่าน ต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมหรือแนะนำเว็บ ติดต่อรองโจ้ได้เลยครับ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>14</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-9045712785587198774</id><published>2010-01-09T04:27:00.000-08:00</published><updated>2010-01-09T04:33:22.231-08:00</updated><title type='text'>โครงการอบรมพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma; FONT-SIZE: 11pt" lang="TH"&gt;รมว.ศธ. &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;กล่าวว่า &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;b&gt;โครงการอบรมพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาครั้งนี้ เป็นครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt; เพราะว่าเป็นการอบรมพัฒนาครูทั้งระบบและครบทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งมีอยู่จำนวนประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ ใช้งบประมาณของโครงการไทยเข้มแข็ง (&lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma"&gt;SP&lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="en-us"&gt;2&lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;) ทั้งสิ้น ๘,๒๒๗ ล้านบาท ใช้ระยะเวลาการดำเนินการ ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๕ โดยในปี ๒๕๕๓ นี้จะเริ่มต้นการอบรมในบางส่วน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ไปจนกระทั่งถึงช่วงเดือนพฤษภาคมก่อนเปิดภาคเรียน และจะมีการอบรมพัฒนาต่อเนื่องไปตลอดจนกระทั้งจบปี ๒๕๕๕ &lt;/span&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;สำหรับงบประมาณดำเนินการมีดังนี้&lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="en-us"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;&lt;strong&gt;ปี ๒๕๕๓ จำนวน ๑,๔๐๘ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ จำนวน &lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000080;"&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;๓,๔๑๗ ล้านบาท และปี ๒๕๕๕ จำนวน ๓,๔๐๒ ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภาพรวมของการอบรม&lt;/strong&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="en-us"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;จะเน้นการอบรมทั้งผู้บริหารสถานศึกษาและครูประจำวิชาควบคู่กัน มีการนำระบบ &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma"&gt;e-Training &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;เข้ามาช่วยเสริมด้วย โดยความร่วมมือของ ๓ หน่วยงาน ได้แก่ สพฐ. สสวท. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ๒๕ มหาวิทยาลัย โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ประสานงานหลัก ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;&lt;span style="color:#008080;"&gt;ศูนย์การอบรมจะมีจำนวน ๒๕ ศูนย์ทั่วประเทศ กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ&lt;/span&gt;  สำหรับปี ๒๕๕๓ จะเริ่มต้นด้วยการอบรมผู้อำนวยการโรงเรียนทุกคนจำนวน ๓๑,๐๐๐ คน และอบรม &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma"&gt;Master Teacher &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;จำนวน ๑๑,๐๓๙ คนใน ๕ กลุ่มสาระหลัก และครูรายวิชาอื่นๆ ด้วย เช่น ครูแนะแนว, ครูบรรณารักษ์, ครูการศึกษาพิเศษ และครูประถมศึกษา จำนวน ๑๒,๒๒๓ คน ขณะเดียวกันจะมีการอบรมครูทั่วไป จำนวน ๓๗๐,๐๐๐ คน โดยใช้ระบบ &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma"&gt;e-Training &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;ในปี ๒๕๕๓ จะอบรมครูได้จำนวนทั้งหมด ๔๓๕,๐๐๐ คน ส่วนปี ๒๕๕๔ จะเน้นการอบรมรองผู้อำนวยการโรงเรียน, อบรม &lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma"&gt;Master Teacher&lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;, อบรมครูเฉพาะวิชาที่ลดหลั่นกันลงไป เช่นเดียวกับปี ๒๕๕๕ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#000080;"&gt;สำหรับขั้นตอนดำเนินงาน จะเริ่มต้นด้วยการประเมินครูรายคนก่อน&lt;/span&gt; ว่ามีสมรรถนะ ศักยภาพ อยู่ในระดับใด โดยจะแบ่งเป็น ๓ ระดับ คือ ต้น กลาง สูง หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการอบรม โดยจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ เมื่ออบรมเสร็จแล้วก็มีการทดสอบรายบุคคลอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งใช้เกณฑ์มาตรฐานทดสอบอย่างเดียวกันและมีการให้คะแนนด้วย เพื่อให้มีความชัดเจนว่าใครผ่านกระบวนการทดสอบในระดับใด อย่างไร เพื่อที่จะนำผลการอบรมนี้ไปใช้ประโยชน์ของครูแต่ละคนต่อไป เช่น ใช้ประกอบการประเมินวิทยฐานะ เพื่อจะไม่ต้องอบรมซ้ำซ้อนในอนาคต เพราะถือว่ากระบวนการอบรมนี้เป็นมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการต้องให้การยอมรับร่วมกัน หรืออาจจะนำไปใช้สำหรับต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของคุรุสภา ซึ่งจะได้มีการหารือกับคุรุสภาต่อไป เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;&lt;strong&gt;&lt;p&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;รมว.ศธ.&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma" lang="TH"&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt; กล่าวถึงการติดตามประเมินผลโครงการ&lt;/span&gt; ซึ่งอาจจะใช้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพราะ สมศ.มีองค์กรลูกที่ชื่อว่า สำนักวิจัยพัฒนาคุณภาพ (สวพ.) ซึ่งจะช่วยให้โครงการนี้มีการติดตามตรวจสอบโดยองค์กรภายนอก ทำให้โครงการสามารถเดินหน้าไปได้อย่างมีศักยภาพ มีการตรวจสอบประเมินผลครบทั้งวงจร ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะมุ่งเน้น สอนให้เด็กคิด วิเคราะห์เป็น มากกว่าเน้นการท่องจำ ตามแนวทางหลักสูตรใหม่ปี ๒๕๕๓&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: Tahoma; FONT-WEIGHT: 700" lang="TH"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ดังนั้นทุกอย่างจะเดินไปในระบบเดียวกัน และสอดคล้องต้องกันทั้งระบบ ซึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ เพื่อต้องการเพิ่ม ยกระดับ คุณภาพการศึกษาทั้งระบบ โดยเริ่มต้นที่การยกระดับคุณภาพครู และยกระดับคุณภาพกระบวนการเรียนการสอน เนื้อหา สาระ หลักสูตร ในที่สุดหวังว่าผลสัมฤทธิ์ก็จะตกกับเด็กในทิศทางที่ดีขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น และเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนได้สูงขึ้น.&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-9045712785587198774?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/9045712785587198774/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=9045712785587198774' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/9045712785587198774'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/9045712785587198774'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2010/01/blog-post.html' title='โครงการอบรมพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-278802650228980452</id><published>2009-04-06T07:16:00.000-07:00</published><updated>2009-04-06T18:12:38.041-07:00</updated><title type='text'>เตรียมตัวสอบภาค ก. ยังไงดี?</title><content type='html'>จากการสอบภาคก.ปี๒๕๕๐ มีสมาชิกจำนวนมากที่ยังสงสัยว่า &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;" ฉันสอบตกได้ยังไง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คำถามคำนี้ค้างคาใจหลายท่านมาตลอดเวลา ซึ่งผมพอจะเข้าใจและมองออกว่า อะไรคืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองก็ได้คะแนนไม่สูงนัก แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ เพราะ เนื้อหาข้อสอบไม่ยากเลย เพียงแต่แนวคิดการตอบข้อสอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน (ผมตอบนอกกรอบมากไปหน่อย เพราะ ถูกอาจารย์มหา'ลัยสอนมาครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่น ข้อที่บอกว่า&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ครูกลุ่มหนึ่งรักผู้บริหารคนเก่า อีกกลุ่มหนึ่งเกลียดผู้บริหารคนเก่า ท่านในฐานะที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ จะบริหารบนความขัดแย้งนี้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ก. จัดกิจกรรมให้ทั้งสองกลุ่มได้ร่วมกันทำ เพื่อลดความขัดแย้ง&lt;br /&gt;ข. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างสมานฉันท์ในองค์กร&lt;br /&gt;ค. พยายามใช้ความขัดแย้งให้เกิดการแข่งขันทางการวิชาการทั้งสองกลุ่ม&lt;br /&gt;ง. จัดประชุมสัมมนาให้เกิดความสนุกสนานลดความขัดแย้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อนี้ถกเถียงกันพอสมควร สำหรับคนที่สอบผ่าน เพราะต่างคนก็ว่า ตัวเองตอบถูก ที่จริงแล้ว ข้อสอบข้อนี้มีทฤษฎีแฝงอยู่หลายเรื่อง เช่น&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;1. สมรรถนะของผู้บริหาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;2. การบริหารความขัดแย้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;3. นโยบายของรัฐบาลในช่วงนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;4. การคัดเลือกประเภทของผู้บริหาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นถ้าตอบในลักษณะของสมรรถนะของผู้บริหาร ควรตอบข้อ ค. เพราะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าตอบลักษณะของการบริหารความขัดแย้ง ควรตอบข้อ ข. (คุณชนะ ฉันชนะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าตอบตามนโยบายของรัฐช่วงนั้น ก็ ข. สมานฉันท์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าตอบตามการคัดเลือกประเภทผู้บริหาร คือ&lt;br /&gt;ใครตอบ ก. เป็นผู้บริหารที่พยายามให้คนอยู่ร่วมกันโดยใช้การรวมกลุ่มเป็นหลักภายใต้แนวคิดว่า เดี๋ยวก็ดีกันไปเอง เพียงแต่ว่า คนเราถ้าไม่ถูกกัน ทำงานด้วยกันก็ขัดแย้งอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครตอบ ข. เป็นผู้บริหารที่มีความประนีประนอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครตอบ ค. เป็นผู้บริหารที่มองเห็นหน้าที่ทางการเรียนการสอนของโรงเรียนเป็นหลัก ไม่ว่าคุณจะขัดแย้งกันยังไง ผลงานทางวิชาการคุณต้องดี เลยให้แข่งขันกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครตอบ ง. เป็นผู้บริหารประเภทรื่นเริงเป็นหลัก มองโลกในแง่ดี สนุกสนานเดี๋ยวก็ดีกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;แล้วท่านล่ะ ตอบข้อไหนครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบข้อนี้แสดงให้เห็นว่า ข้อสอบลักษณะแบบนี้ ขึ้นอยู่กับ คนที่ออกข้อสอบ จะตั้งธงไว้แนวไหน ตามหลักสมรรถนะ ทฤษฎี หรือว่า จะคัดเลือกประเภทของผู้บริหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ ท่านที่จะเปลี่ยนตำแหน่งเป็นผอ.ร.ร. ท่านมีความพร้อมแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ความรู้ หลักการ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา ท่านศึกษามากน้อยแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. แนวคิดในบทบาทของผอ.ร.ร. ท่านปรับแนวคิดของตนเองหรือยัง หลายๆท่านยังคิดเหมือนครูผู้สอนอยู่ เช่น ถ้าฉันไม่ได้ขั้นครั้งนี้ ฉันไม่ยอม ( นั่นคือ ท่านยังคิดมุมแคบ คือ ยังมองเฉพาะเรื่องของตัวเอง ) ซึ่งตรงข้ามกับความคิดของ ผอ.ร.ร.ส่วนใหญ่ที่ต้องมองภาพรวมขององค์กร มองผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ดังนั้นการตัดสินกระทำเรื่องใดๆลงไป จะให้มีผลกระทบต่อองค์กรน้อยที่สุด แต่บางครั้งครูบางคนก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งก็ต้องยอม นั่นคือ แนวคิดในบทบาทของผู้บริหาร จะทำให้โยงไปถึงการตัดสินในการตอบข้อสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ภาระงานในโรงเรียนทั้งหมด ท่านศึกษามากน้อยแค่ไหน บางท่านทำงานวิชาการมาตลอด ไม่เคยสัมผัสงานธุรการ งานการเงิน การพัสดุเลย พอเจอข้อสอบ ก็เดาลูกเดียว หรืออ่านหนังสือมามั่ง แต่ก็ไม่เข้าใจเท่ากับการลงมือปฏิบัติเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครับสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ เล่าสู่กันฟัง ในฐานะที่ผมเคยประสบมาก่อน แล้วปรับตนเองได้ภายหลัง การมองข้ามตนเองไป แล้วหันไปมองคนที่อยู่รอบข้าง พิจารณาสิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมเข้าใจในศาสตร์การบริหารขึ้นอย่างมากครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วท่านล่ะครับ ปรับแนวคิดหรือยังครับ&lt;br /&gt;บางท่านอ่านหนังสือมาก แต่ทำข้อสอบไม่ได้ หรือคิดว่าทำได้ แต่สอบไม่ผ่าน แสดงว่า ท่านยังไม่ปรับแนวคิดครับ และขอให้ทุกท่านเริ่มอ่านหนังสือ แล้วศึกษางานโรงเรียนทุกอย่าง เพราะ นั่นคือ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ข้อสอบครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;(ขออภัยที่อาจจะล่วงเกินบางท่าน แต่ผมหวังดีครับ อยากให้ท่านสอบผ่าน )&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;ผู้บริหาร = ความรู้ + วางแผน + มนุษยสัมพันธ์ + จิตสาธารณะ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-278802650228980452?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/278802650228980452/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=278802650228980452' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/278802650228980452'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/278802650228980452'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='เตรียมตัวสอบภาค ก. ยังไงดี?'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-6012365002408725258</id><published>2009-03-25T16:06:00.000-07:00</published><updated>2009-03-25T16:16:49.567-07:00</updated><title type='text'>ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อสอบภาค ก. ๒๕๕๐</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โรงเรียนแห่งหนึ่งอาคารเรียนมีสภาพชำรุด  หลังคารั่ว เวลาฝนตกทำให้เอกสารเสียหาย จำเป็นต้องซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน ในงบประมาณ 80,000 บาท จะใช้วิธีจ้างวิธีใด&lt;br /&gt;ก. วิธีตกลงราคา&lt;br /&gt;ข. วิธีสอบราคา&lt;br /&gt;ค. วิธีพิเศษ&lt;br /&gt;ง. วิธีกรณีพืเศษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ข้อนี้ตอบได้เลยครับ ว่า &lt;span style="color:#000099;"&gt;ตกลงราคา&lt;/span&gt; เพราะงบประมาณไม่เกิน 1 แสนบาทครับ เกี่ยวกับข้อสอบลักษณะงานพัสดุ ให้ดูตัวเลขเป็นสำคัญครับ เนื้อหาอื่นส่วนใหญ่จะเป็นตัวหลอกครับ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-6012365002408725258?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/6012365002408725258/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=6012365002408725258' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/6012365002408725258'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/6012365002408725258'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2009/03/80000.html' title='ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อสอบภาค ก. ๒๕๕๐'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-4932602503253262926</id><published>2009-02-18T19:40:00.000-08:00</published><updated>2009-02-18T20:07:53.095-08:00</updated><title type='text'>ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อสอบภาค ก. ๒๕๕๐</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;โรงเรียนบ้านฟากฟ้า มีเงินสนับสนุนมาก &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ชุมชน&lt;/span&gt;ให้การสนับสนุนด้วยดี มีความพร้อมทุกด้าน ท่านในฐานะเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนนี้ ท่านจะบริหารอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก. ปรับปรุงบริเวณโรงเรียน ให้ร่มรื่น น่าดู น่าอยู่ น่าชม สมกับได้รับการสนับสนุนจากชุมชน&lt;br /&gt;ข. ปรับปรุงห้องผู้บริหาร ห้องรับรอง ให้เหมาะสม สะอาดน่าดู สวยงาม&lt;br /&gt;ค. จัดทำห้องปฏิบัติการ ICT จัดซื้อคอมพิวเตอร์ครบพร้อมใช้ เพื่อให้บริการกับชุมชน&lt;br /&gt;ง. สอบถามข้อมูลความต้องการของ&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ชุมชน&lt;/span&gt;ก่อนลงมือปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสังเกตุ คือ ข้อ ก ข ค เนื้อหา เหมือนกันทั้งหมด คือ การปรับบริบทของอาคาร ห้องเรียน และสถานที่&lt;br /&gt;ดังนั้น ท่านเข้าไปเป็นผู้บริหารใหม่ๆ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ต้องสอบถามความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโรงเรียน(stakeholder)&lt;/span&gt;ก่อนที่จะดำเนินการอย่างอื่นๆครับ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-4932602503253262926?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/4932602503253262926/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=4932602503253262926' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/4932602503253262926'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/4932602503253262926'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อสอบภาค ก. ๒๕๕๐'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-4643782835456641685</id><published>2009-02-01T21:18:00.000-08:00</published><updated>2009-02-01T21:34:28.218-08:00</updated><title type='text'>ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อสอบภาค ก.2550</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;ข้อนี้เคยลงแล้วในหน้าหลัก ขออนุญาตฉายซ้ำครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีเงินงบประมาณงบดำเนินการค้างจ่าย 50,000 บาท ต่อมาได้รับเงินอุดหนุนเมื่อเดือน พ.ย. 120,000บาท บาท เงินรายได้ จากการระดมทรัพยากร 80,000 บาท เงินบริจาคเพื่อบำรุงรักษาพัสดุ 120,000 บาท ถ้าโรงเรียนจะซื้อคอมฯ 25,000 บาท ใช้เงินอะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ก. เงินอุดหนุน&lt;br /&gt;ข. งบดำเนินการ&lt;br /&gt;ค. เงินรายได้สถานศึกษา&lt;br /&gt;ง. เงินบริจาค&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ลองมาวิเคราะห์ดูว่า คนถาม เขาถามอะไร เนื้อหาตรงไหน คือ ข้อเท็จจริง เนื้อหาตรงไหน คือ ตัวลวง&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ก. เงินอุดหนุน ซื้อคอมได้ไหม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;แนวทางการใช้งบประมาณเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ค่าใช้จ่ายรายหัว) สถานศึกษาจะต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้น โดยนำแผนปฏิบัติการเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ และรายงานผลการดำเนินงานให้สาธารณชนทราบ การใช้งบประมาณเงินอุดหนุนสามารถใช้ในลักษณะงบบุคลากร เป็นค่าจ้างชั่วคราว , งบดำเนินงาน เป็นค่าตอบแทน ใช้สอย และวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค และใช้ในงบลงทุน ซื้อครุภัณฑ์ หรือปรับปรุงซ่อมแซมในวงเงินที่เกินกว่า 50,000 บาท ได้ ทั้งนี้ การใช้จ่ายเงินอุดหนุน ค่าใช้จ่ายรายหัว ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดทำต้นทุนผลผลิตต่อหน่วยของสถานศึกษาได้สะดวกขึ้น ในคำถาม ไม่ได้บอกว่า มีโครงการจัดซื้อคอม &lt;span style="color:#009900;"&gt;คำถาม? แล้วซื้อด้วยเงินอุดหนุนได้ไหม?&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ข.งบดำเนินการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;งบดำเนินการ หมายถึง งบหมวดเงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค เงินอุดหนุน และค่าเสื่อมราคา &lt;span style="color:#009900;"&gt;คำถาม ซื้อคอมได้ไหม ?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ค.เงินรายได้สถานศึกษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;อะไรคือเงินรายได้สถานศึกษา&lt;br /&gt;- เงินบำรุงการศึกษาเดิม - รายได้ที่เกิดจากการหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ - เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อ / จ้างทำของที่ดำเนินการโดยเงินงบประมาณ - เงินที่มีผู้มอบให้ (เงินบริจาคที่มีวัตถุประสงค์ หรือระบุวัตถุประสงค์ไม่ชัดแจ้ง) - เงินอื่นๆ ที่โรงเรียนรับไว้เป็นกรรมสิทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;หลักในการใช้จ่ายเงินรายได้สถานศึกษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1. การใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ตามแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินรายได้สถานศึกษา โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;2. การใช้จ่ายเงินในส่วนที่มีผู้มอบให้ โดยมีวัตถุประสงค์ชัดแจ้ง (เงินบริจาค เงินระดมทรัพยากร) ให้นำไปใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้เฉพาะในกิจการที่ผู้มอบระบุวัตถุประสงค์เท่านั้น&lt;br /&gt;3. การจ่ายเงินที่นอกเหนือจากข้อ 2 ให้ดำเนินการดังนี้&lt;br /&gt;3.1 รายจ่ายงบบุคลากร รายการค่าจ้างชั่วคราว เฉพาะกรณีสถานศึกษาขาดบุคลากรที่ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้ความรู้กับนักเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ&lt;br /&gt;3.2 รายจ่ายงบดำเนินงาน ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ&lt;br /&gt;3.3 รายจ่ายเงินอุดหนุน สำหรับช่วยเหลือนักเรียนยากจนหรือขาดแคลน&lt;br /&gt;3.4 รายจ่ายงบลงทุน ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สำหรับรายการครุภัณฑ์ที่มีวงเงินต่อหน่วยต่ำกว่า 1,000,000 บาท และรายการค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่มีวงเงินต่ำกว่า 10,000,000 บาท &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;(ระเบียบใหม่ 12 ล้านบาท)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;3.5 รายจ่ายเพื่อสมทบรายการค่าครุภัณฑ์ หรือรายการค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่ได้รับจากเงินงบประมาณ ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณกำหนด กล่าวคือ กรณีสถานศึกษาได้รับงบประมาณเป็นรายการครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง (งบปีเดียว) แต่ไม่สามารถซื้อหรือจ้างได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ใช้เงินรายได้สถานศึกษาไปเพิ่มวงเงินรายการครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้างนั้นได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อน คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับสถานศึกษาในภูมิภาค หรือเลขาธิการ กพฐ. สำหรับสถานศึกษาในกรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;4. การใช้จ่ายเงินรายได้สถานศึกษาเพื่อเป็นเงินยืมให้ดำเนินการได้ดังนี้&lt;br /&gt;4.1 การยืมเพื่อใช้ทดรองจ่ายในการปฏิบัติราชการของสถานศึกษา&lt;br /&gt;4.2 การดำเนินงานเพื่อจัดหารายได้ของสถานศึกษา&lt;br /&gt;4.3 การยืมเพื่อทดรองจ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการของข้าราชการและลูกจ้างของสถานศึกษา เฉพาะในส่วนที่สามารถเบิกจากเงินงบประมาณมาชดใช้เงินรายได้สถานศึกษาได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษาบุตร&lt;br /&gt;5. กรณีสถานศึกษา มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ ให้ขอความเห็นชอบจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยอนุโลม และให้มีการรายงานการรับ- จ่ายเงินรายได้สถานศึกษา ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ทุกสิ้นปีการศึกษา &lt;span style="color:#009900;"&gt;คำถาม แล้วซื้อคอมได้ไหม?&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ง.เงินบริจาค คือ เงินรายได้แต่ในข้อนี้ เป็นเงินบริจาคที่มีวัตถุประสงค์  ก็นำไปใช้อย่างอื่นไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นในคำถามข้อนี้มีระยะเวลา มากำกับ แสดงว่า ผ่าน 30 ก.ย.ไปแล้ว คือ สิ้นปีงบประมาณแล้ว เหลือเงินที่ใช้ได้อยู่อย่างเดียว คือ&lt;span style="color:#ff0000;"&gt; เงินรายได้&lt;/span&gt; เพราะคำถามไม่ได้บอกว่า ซื้อคอมตามโครงการ ตามแผนปฏิบัติการของโรงเรียน ข้อนี้จึงควรเป็นคำตอบที่ถูกที่สุดครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;การวิเคราะห์คำตอบ ข้อสอบภาค ก. ผู้เข้าสอบต้องมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องนั้นๆครับ ถึงจะทำข้อสอบได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นขอแนะนำว่า อ่านมากๆครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-4643782835456641685?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/4643782835456641685/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=4643782835456641685' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/4643782835456641685'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/4643782835456641685'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2009/02/2550.html' title='ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อสอบภาค ก.2550'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-138649563948467114</id><published>2009-01-29T02:08:00.001-08:00</published><updated>2009-01-29T02:30:46.952-08:00</updated><title type='text'>ตัวอย่างการวิเคราะห์คำตอบข้อสอบภาค ก 2550 ข้อที่ 2</title><content type='html'>ครูกลุ่มหนึ่งรักผู้บริหารคนเก่า อีกกลุ่มหนึ่งเกลียดผู้บริหารคนเก่า ท่านในฐานะที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ จะบริหารบนความ&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ขัดแย้ง&lt;/span&gt;นี้อย่างไร &lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt; ก. จัดกิจกรรมให้ทั้งสองกลุ่มได้ร่วมกันทำ เพื่อลดความขัดแย้ง                   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ข. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างสมานฉันท์ในองค์กร                   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ค. พยายามใช้ความขัดแย้งให้เกิดการแข่งขันทางการวิชาการทั้งสองกลุ่ม                  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt; ง. จัดประชุมสัมนาให้เกิดความสนุกสนานลดความขัดแย้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อนี้ใช้ทฤษฎี  การบริหารความขัดแย้ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิเคราะห์ตามหลักสมรรถนะ จะเรียงคะแนนสมรรถนะ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก ระดับสมรรถนะ - 3  จัดกิจกรรมร่วมกันทำ  คือ ขั้นตอนที่ 3&lt;br /&gt;ข ระดบสมรรถนะ - 2 จัดกิจกรรมสมานฉันท์  คือ ขั้นตอนที่ 2&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ค  การแข่งขันทางวิชาการ  แตกต่างจาก 3 ข้อ แต่ โรงเรียนได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง  คือ การพัฒนาทางวิชาการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ง  ระดับสมรรถนะ - 1  จัดประชุมสัมมนาสนุกสนาน คือ หลักเบื้องต้นที่ผู้บริหารต้องกระทำก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การบริหารองค์กรต้องมุ่งเน้นประโยชน์ขององค์กร  ผู้บริหารควรใช้วิกฤตเป็นโอกาสครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ลองวิเคราะห์ดูครับ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-138649563948467114?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/138649563948467114/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=138649563948467114' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/138649563948467114'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/138649563948467114'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2009/01/2550-2.html' title='ตัวอย่างการวิเคราะห์คำตอบข้อสอบภาค ก 2550 ข้อที่ 2'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-7882637015829842938</id><published>2009-01-23T03:10:00.000-08:00</published><updated>2009-01-23T03:42:46.279-08:00</updated><title type='text'>ตัวอย่างการวิเคราะห์คำตอบข้อสอบภาค ก 2550</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;โรงเรียนขนาดเล็กได้รับ&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ความร่วมมือ&lt;/span&gt;จากผู้ปกครอง ชุมชนอย่างดี อบต.ให้การสนับสนุน&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;งบประมาณ&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ครูในโรงเรียนได้รับรางวัลดีเด่น&lt;/span&gt;จาก สพท. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;นักเรียน&lt;/span&gt;ได้รับรางวัลชนะเลิศ&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การอ่าน&lt;/span&gt;และ&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;กีฬา&lt;/span&gt; ถ้าท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนนี้ จะมีแนวทางพัฒนาอย่างไร ?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ก. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาด้านอื่นมากขึ้น         &lt;/span&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;ข. ส่งเสริมเฉพาะด้านที่ดีเด่นอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น &lt;span style="color:#006600;"&gt; &lt;/span&gt;    &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;ค. ส่งเสริมเฉพาะด้านที่ดีเด่นและพัฒนาด้านอื่นเพิ่มขึ้น    &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;ง. รักษาสภาพดีเด่นที่มีอยู่แล้วให้คงสภาพและเผยแพร่ผลงาน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;จากคำถาม  โรงเรียนแห่งนี้ มีผลงานทางวิชาการและกีฬาของนักเรียน ครูได้รับรางวัลดีเด่น  แสดงว่า ผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้มี&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ผลงานดีมาก&lt;/span&gt;ในบริบทโรงเรียนขนาดเล็ก   งบประมาณก็มี ชุมชนร่วมมืออย่างดี  คือ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;สมบูรณ์แบบสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;ดังนั้นการวิเคราะห์ในเชิงบริหาร คือ โรงเรียนนี้อยู่ใน&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ลักษณะเล็กดีรสโต&lt;/span&gt; และต้องรักษาความดีเด่นของตนเองและเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์ครับ  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;ซึ่งตรงกับข้อ ง. ครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;ท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ลองวิเคราะห์แล้วนำเสนอครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-7882637015829842938?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/7882637015829842938/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=7882637015829842938' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/7882637015829842938'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/7882637015829842938'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2009/01/2550.html' title='ตัวอย่างการวิเคราะห์คำตอบข้อสอบภาค ก 2550'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-1168038764040734719</id><published>2009-01-15T00:29:00.000-08:00</published><updated>2009-01-15T00:36:01.720-08:00</updated><title type='text'>การเริ่มเตรียมตัวสอบภาค ก.</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เห็นหลายๆท่านบอกว่า ไม่รู้จะเริ่มอ่านหนังสือตรงไหนก่อน  เพราะมันเยอะไปหมด  เอายังงี้ครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;1.  ศึกษาโครงสร้างงานโรงเรียนทั้ง 4 ฝ่าย ที่กระทรวงกระจายอำนาจมาให้สถานศึกษา  ดูว่า มีงานที่โรงเรียนสามารถดำเนินการเองได้ทั้งหมดมีงานอะไรบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;2.  เริ่มอ่านงานที่ท่านยังไม่เคยสัมผัส หรือ ยังไม่เข้าใจ  เช่น การบริหารงานงบประมาณ  ตรงนี้ข้อสอบจะออกเยอะ  เพราะ มีระเบียบที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เริ่มเลยนะครับ  ว่ากันตามขั้นตอนทีละขั้น  ตามที่ผมแนะนำอย่างนี้ไปเรื่อยๆครับ  เดี๋ยวจะมีข้อสอบให้ฝึกทำครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#990000;"&gt;(ดูหลักเกณฑ์การกระจายอำนาจ ปี 2550 ด้านขวาของเว็บครับ)&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-1168038764040734719?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/1168038764040734719/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=1168038764040734719' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/1168038764040734719'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/1168038764040734719'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2009/01/blog-post.html' title='การเริ่มเตรียมตัวสอบภาค ก.'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-6595091947745302636</id><published>2008-12-19T17:02:00.000-08:00</published><updated>2008-12-19T17:05:23.800-08:00</updated><title type='text'>การบริหารงบประมาณตามแนวคิดโรงเรียนนิติบุคคล</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;การบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษามุ่งเน้นความเป็นอิสระ ในการบริหารจัดการมีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดหลักการบริหารมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ให้มีการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา รวมทั้งจัดหารายได้จากบริการมาใช้บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ส่งผลให้เกิดคุณภาพที่ดีขึ้นต่อผู้เรียน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์&lt;br /&gt;๑. เพื่อให้สถานศึกษาบริหารงานด้านงบประมาณมีความเป็นอิสระ คล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้&lt;br /&gt;๒. เพื่อให้ได้ผลผลิต ผลลัพธ์เป็นไปตามข้อตกลงการให้บริการ&lt;br /&gt;๓. เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่ได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;ขอบข่ายภารกิจ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;๑. การจัดทำและเสนอของบประมาณ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๑.๑ การวิเคราะห์และพัฒนานโยบายทางการศึกษา&lt;br /&gt;๑.๒ การจัดทำแผนกลยุทธ์หรือแผนพัฒนาการศึกษา&lt;br /&gt;๑.๓ การวิเคราะห์ความเหมาะสมการเสนอของบประมาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;๒. การจัดสรรงบประมาณ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๒.๑ การจัดสรรงบประมาณในสถานศึกษา&lt;br /&gt;๒.๒ การเบิกจ่ายและการอนุมัติงบประมาณ&lt;br /&gt;๒.๓ การโอนเงินงบประมาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;๓. การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้เงินและผลการดำเนินงาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๓.๑ การตรวจสอบติดตามการใช้เงินและผลการดำเนินงาน&lt;br /&gt;๓.๒ การประเมินผลการใช้เงินและผลการดำเนินงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;๔. การระดมทรัพยากร และการลงทุนเพื่อการศึกษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๔.๑ การจัดการทรัพยากร&lt;br /&gt;๔.๒ การระดมทรัพยากร&lt;br /&gt;๔.๓ การจัดหารายได้และผลประโยชน์&lt;br /&gt;๔.๔ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา&lt;br /&gt;๔.๕ กองทุนสวัสดิการเพื่อการศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;๕. การบริหารการเงิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๕.๑ การเบิกเงินจากคลัง&lt;br /&gt;๕.๒ การรับเงิน&lt;br /&gt;๕.๓ การเก็บรักษาเงิน&lt;br /&gt;๕.๔ การจ่ายเงิน&lt;br /&gt;๕.๕ การนำส่งเงิน&lt;br /&gt;๕.๖ การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;๖. การบริหารบัญชี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๖.๑ การจัดทำบัญชีการเงิน&lt;br /&gt;๖.๒ การจัดทำรายงานทางการเงินและงบการเงิน&lt;br /&gt;๖.๓ การจัดทำและจัดหาแบบพิมพ์บัญชี ทะเบียน และรายงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;๗. การบริหารพัสดุและสินทรัพย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๗.๑ การจัดทำระบบฐานข้อมูลสินทรัพย์ของสถานศึกษา&lt;br /&gt;๗.๒ การจัดหาพัสดุ&lt;br /&gt;๗.๓ การกำหนดแบบรูปรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะและจัดซื้อจัดจ้าง&lt;br /&gt;๗.๔ การควบคุมดูแล บำรุงรักษา และจำหน่ายพัสดุ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-6595091947745302636?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/6595091947745302636/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=6595091947745302636' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/6595091947745302636'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/6595091947745302636'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='การบริหารงบประมาณตามแนวคิดโรงเรียนนิติบุคคล'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-7784477666242426839</id><published>2008-11-25T17:29:00.000-08:00</published><updated>2008-11-25T17:33:58.413-08:00</updated><title type='text'>การบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนนิติบุคคล</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การบริหารวิชาการ&lt;br /&gt;แนวคิด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;              &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;      งานวิชาการเป็นงานหลัก หรือเป็นภารกิจหลักของสถานศึกษาที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มุ่งให้กระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปให้สถานศึกษาให้มากที่สุด ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้สถานศึกษาดำเนินการได้โดยอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารและการจัดการสามารถ พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตลอดจนการวัดผล ประเมินผล รวมทั้งการวัดปัจจัย เกื้อหนุนการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ชุมชน ท้องถิ่น ได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วัตถุประสงค์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๑. เพื่อให้สถานศึกษาบริหารงานด้านวิชาการได้โดยอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน สถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น&lt;br /&gt;๒. เพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาได้มาตรฐานและมีคุณภาพ สอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพการศึกษา และการประเมินคุณภาพภายใน เพื่อพัฒนาตนเอง และการประเมินจากหน่วยงานภายนอก&lt;br /&gt;๓. เพื่อให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนจัดปัจจัยเกื้อหนุนการพัฒนาการเรียนรู้ที่สนองตามความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;๔. เพื่อให้สถานศึกษาได้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและของบุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงานและสถาบันอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ขอบข่าย/ภารกิจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;- การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา&lt;br /&gt;- การพัฒนากระบวนการเรียนรู้&lt;br /&gt;- การวัดผล ประเมินผล และเทียบโอนผลการเรียน&lt;br /&gt;- การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา&lt;br /&gt;- การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา&lt;br /&gt;- การพัฒนาแหล่งเรียนรู้&lt;br /&gt;- การนิเทศการศึกษา&lt;br /&gt;- การแนะแนวการศึกษา&lt;br /&gt;- การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา&lt;br /&gt;- การส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการแก่ชุมชน&lt;br /&gt;- การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาอื่น&lt;br /&gt;- การส่งเสริม และสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงานและ&lt;br /&gt;สถาบันอื่นที่จัดการศึกษา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;"&gt;๑. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๑.๑ ศึกษาวิเคราะห์เอกสารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๔๔ สาระแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับสภาพปัญหา และความต้องการของสังคม ชุมชน และท้องถิ่น&lt;br /&gt;๑.๒ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม และประเมินสถานภาพสถานศึกษา เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ภารกิจ เป้าหมาย คุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายรวมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน&lt;br /&gt;๑.๓ จัดทำโครงสร้างหลักสูตรและสาระต่าง ๆ ที่กำหนดให้มีในหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมายและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยพยายามบูรณาการเนื้อหาสาระทั้งในกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกันและระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามความเหมาะสม&lt;br /&gt;๑.๔ นำหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน และบริหารจัดการการใช้หลักสูตรให้เหมาะสม&lt;br /&gt;๑.๕ นิเทศการใช้หลักสูตร&lt;br /&gt;๑.๖ ติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตร&lt;br /&gt;๑.๗ ปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรตามความเหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๒.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt; การพัฒนากระบวนการเรียนรู้&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๒.๑ ส่งเสริมให้ครูจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตามสาระและหน่วยการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;๒.๒ ส่งเสริมให้ครูจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการปฏิบัติจริง การส่งเสริมให้รักการอ่าน และใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง การผสมผสานความรู้ต่าง ๆให้สมดุลกัน ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สอดคล้องกับเนื้อหา&lt;br /&gt;สาระกิจกรรม ทั้งนี้โดยจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ให้เอื้อต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้และการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือเครือข่าย ผู้ปกครอง ชุมชน ท้องถิ่นมามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสม&lt;br /&gt;๒.๓ จัดให้มีการนิเทศการเรียนการสอนแก่ครูในกลุ่มสาระต่าง ๆ โดยเน้นการนิเทศที่ร่วมมือช่วยเหลือกันแบบกัลยาณมิตร เช่น นิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกัน หรือแบบอื่น ๆ ตามความเหมาะสม&lt;br /&gt;๒.๔ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาครู เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตามความเหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๓&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;. การวัดผล ประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๓.๑ กำหนดระเบียบ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการวัดผลและประเมินผลของสถานศึกษา&lt;br /&gt;๓.๒ ส่งเสริมให้ครูจัดทำแผนการวัดผล และประเมินผลแต่ละรายวิชา ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรม การเรียนรู้&lt;br /&gt;๓.๓ ส่งเสริมให้ครูดำเนินการวัดผล และประเมินผลการเรียนการสอน โดยเน้นการประเมินตามสภาพจริง จากกระบวนการ การปฏิบัติ และผลงาน&lt;br /&gt;๓.๔ จัดให้มีการเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และผลการเรียนจากสถานศึกษาอื่น สถานประกอบการ และอื่น ๆ ตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด&lt;br /&gt;๓.๕ พัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลให้ได้มาตรฐาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๔.&lt;span style="color:#ff0000;"&gt; การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;๔.๑ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย การบริหาร การจัดการและการพัฒนาคุณภาพงานวิชาการในภาพรวมของสถานศึกษา&lt;br /&gt;๔.๒ ส่งเสริมให้ครู ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ให้แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้&lt;br /&gt;๔.๓ ประสานความร่วมมือในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ตลอดจนการเผยแพร่ผลงานการวิจัย หรือพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และงานวิชาการกับสถานศึกษา บุคคล ครอบครัว องค์กรหน่วยงานและสถาบันอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๕. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๕.๑ ศึกษา วิเคราะห์ ความจำเป็นในการใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนการสอน และการบริหารงานวิชาการ&lt;br /&gt;๕.๒ ส่งเสริมให้ครูผลิต พัฒนาสื่อ และนวัตกรรมการเรียนการสอน&lt;br /&gt;๕.๓ จัดหาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน และการพัฒนางานด้านวิชาการ&lt;br /&gt;๕.๔ ประสานความร่วมมือในการผลิต จัดหา พัฒนาและการใช้สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนการสอน และการพัฒนางานวิชาการกับสถานศึกษา บุคคล ครอบครัวองค์กร หน่วยงานและสถาบันอื่น&lt;br /&gt;๕.๕ การประเมินผลการพัฒนาการใช้สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๖. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;๖.๑ สำรวจแหล่งการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งในสถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น ในเขตพื้นที่การศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษาใกล้เคียง&lt;br /&gt;๖.๒ จัดทำเอกสารเผยแพร่แหล่งการเรียนรู้แก่ครู สถานศึกษาอื่น บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และสถาบันอื่น ที่จัดการศึกษาในบริเวณใกล้เคียง&lt;br /&gt;๖.๓ จัดตั้งและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้รวมทั้งพัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ และประสานความร่วมมือสถานศึกษาอื่น บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาในการจัดตั้ง ส่งเสริม พัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่ใช้ร่วมกัน&lt;br /&gt;๖.๔ ส่งเสริม สนับสนุนให้ครู ใช้แหล่งการเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครอบคลุมภูมิปัญญาท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๗. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การนิเทศการศึกษา&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;๗.๑ จัดระบบการนิเทศงานวิชาการ และการเรียนการสอนภายในสถานศึกษา&lt;br /&gt;๗.๒ ดำเนินการนิเทศงานวิชาการ และการเรียนการสอนในรูปแบบหลากหลาย และเหมาะสมกับสถานศึกษา&lt;br /&gt;๗.๓ ประเมินผลการจัดระบบ และกระบวนการนิเทศการศึกษาในสถานศึกษา&lt;br /&gt;๗.๔ ติดตาม ประสานงานกับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการนิเทศงานวิชาการ และการเรียนการสอนของสถานศึกษา&lt;br /&gt;๗.๕ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์การจัดระบบนิเทศการศึกษาภายในสถานศึกษากับสถานศึกษาอื่น หรือเครือข่ายการนิเทศการศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๘. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การแนะแนวการศึกษา&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;๘.๑ จัดระบบการแนะแนวทางวิชาการ และวิชาชีพภายในสถานศึกษา โดยเชื่อมโยงกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และกระบวนการเรียนการสอน&lt;br /&gt;๘.๒ ดำเนินการแนะแนวการศึกษา โดยความร่วมมือของครูทุกคนในสถานศึกษา&lt;br /&gt;๘.๓ ติดตามและประเมินผลการจัดการระบบและกระบวนการแนะแนวการศึกษาในสถานศึกษา&lt;br /&gt;๘.๔ ประสานความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ด้านการแนะแนวการศึกษากับสถานศึกษา หรือเครือข่ายการแนะแนวภายในเขตพื้นที่การศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๙. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา&lt;br /&gt;   แนวทางการปฏิบัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๙.๑ จัดระบบโครงสร้างองค์กร ให้รองรับการจัดระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา&lt;br /&gt;๙.๒ กำหนดเกณฑ์การประเมิน เป้าหมายความสำเร็จของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาและตัวชี้วัดของกระทรวง เป้าหมายความสำเร็จของเขตพื้นที่การศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา&lt;br /&gt;๙.๓ วางแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้บรรลุผลตามเป้าหมายความสำเร็จของสถานศึกษา&lt;br /&gt;๙.๔ ดำเนินการพัฒนางานตามแผนและติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพภายในเพื่อปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;๙.๕ ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา และหน่วยงานอื่นในการปรับปรุง และพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษา&lt;br /&gt;๙.๖ ประสานงานกับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา&lt;br /&gt;๙.๗ ประสานงานกับสำนักงานรับรองมาตรฐานการศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษาในการประเมินสถานศึกษาเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๑o. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การส่งเสริมความรู้ทางวิชาการแก่ชุมชน&lt;br /&gt;    แนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;๑o.๑ การศึกษา สำรวจความต้องการ สนับสนุนงานวิชาการแก่ชุมชน&lt;br /&gt;๑o.๒ จัดให้ความรู้ เสริมสร้างความคิด และเทคนิค ทักษะ ทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาทักษะวิชาชีพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ท้องถิ่น&lt;br /&gt;๑o.๓ การส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชน ท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวิชาการของสถานศึกษา และที่จัดโดยบุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา&lt;br /&gt;๑o.๔ ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ระหว่างบุคคล ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๑๑. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่น&lt;br /&gt;    แนวทางการปฏิบัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;๑๑.๑ ประสานความร่วมมือ ช่วยเหลือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาของรัฐเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา ทั้งบริเวณใกล้เคียง ภายในเขตพื้นที่การศึกษา ต่างเขตพื้นที่การศึกษา&lt;br /&gt;๑๑.๒ สร้างเครื่องข่ายความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๑๒. &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา&lt;br /&gt;แนวทางการปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;๑๒.๑ สำรวจและศึกษาข้อมูลการจัดการศึกษา รวมทั้งความต้องการในการได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการของบุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษา&lt;br /&gt;๑๒.๒ ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาวิชาการและการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ในการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษา&lt;br /&gt;๑๒.๓ จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรหน่วยงาน และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-7784477666242426839?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/7784477666242426839/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=7784477666242426839' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/7784477666242426839'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/7784477666242426839'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='การบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนนิติบุคคล'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-5897037169082276847</id><published>2008-10-22T20:52:00.000-07:00</published><updated>2008-10-22T21:07:59.452-07:00</updated><title type='text'>ข้อสอบภาค ก ปี 2550</title><content type='html'>1. โรงเรียนขนาดเล็กได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง ชุมชนอย่างดี อบต.ให้การสนับสนุนงบประมาณ ครูในโรงเรียนได้รับรางวัลดีเด่นจาก สพท. นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการอ่านและกีฬา ถ้าท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนนี้ จะมีแนวทางพัฒนาอย่างไร ?&lt;br /&gt;ก. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาด้านอื่นมากขึ้น&lt;br /&gt;ข. ส่งเสริมเฉพาะด้านที่ดีเด่นอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น&lt;br /&gt;ค. ส่งเสริมเฉพาะด้านที่ดีเด่นและพัฒนาด้านอื่นเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;ง. รักษาสภาพดีเด่นที่มีอยู่แล้วให้คงสภาพและเผยแพร่ผลงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ครูกลุ่มหนึ่งรักผู้บริหารคนเก่า อีกกลุ่มหนึ่งเกลียดผู้บริหารคนเก่า ท่านในฐานะที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ จะบริหารบนความขัดแย้งนี้อย่างไร&lt;br /&gt;ก. จัดกิจกรรมให้ทั้งสองกลุ่มได้ร่วมกันทำ เพื่อลดความขัดแย้ง&lt;br /&gt;ข. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างสมานฉันท์ในองค์กร&lt;br /&gt;ค. พยายามใช้ความขัดแย้งให้เกิดการแข่งขันทางการวิชาการทั้งสองกลุ่ม&lt;br /&gt;ง. จัดประชุมสัมนาให้เกิดความสนุกสนานลดความขัดแย้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. จุดประสงค์หลักของโครงการอาหารกลางวัน&lt;br /&gt;ก. ให้นักเรียนรับประทานอาหารครบมื้อ&lt;br /&gt;ข. ให้นักเรียนรับประทานอาหารครบหมู่&lt;br /&gt;ค.. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน&lt;br /&gt;ง. เพื่อ.....................................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ใครเป็นผู้ลงนามในประกาศนียบัตร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. โรงเรียนที่ใกล้อุทยานแห่งชาติ(ป่าไม้?)ชุมชนค่อนข้างยากจน เคร่งครัดศาสนา วิธีระดมทรัพยากร คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ครูที่ลาป่วยเดือน ม.ค.-ก-พ. เมื่อครบกำหนดหมอให้ลาพักรักษาตัวอีก 45 วัน ถามว่าใคร เป็นผู้มีอำนาจอนุญาต ( ลา ม.ค.-ก.พ. รวม 60 วัน บวกด้วย 45 วัน รวมเป็น 105 วัน )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. การจัดการความรู้ที่ให้ประโยชน์สูงสุดในฐานะท่านเป็นผู้บริหาร&lt;br /&gt;ก. การใช้สารสนเทศเป็นข้อมูลพื้นฐานในการบริหาร&lt;br /&gt;ข. การประมวลผลข้อมูล..............&lt;br /&gt;ค. การใช้ข้อมูล...................................อย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;ง. การรวบรวมข้อมูล....................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. ข้อใดสำคัญน้อยที่สุด&lt;br /&gt;ก. ผลผลิต&lt;br /&gt;ข. ผลลัพท์&lt;br /&gt;ค.กระบวนการ&lt;br /&gt;ง. ตัวชี้วัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. จงเรียงลำดับขั้นของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. ซ่อมแซมอาคาร 80,000 บาท ใช้วิธีใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. เครื่องราชฯ จาก ท.ช. แล้วได้อะไรต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. ร.ร.ถูกยุบ ผอ.จะประชุมกับใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. ข้อใดไม่ใช่งานวิชาการ ในกฎกระทรวง2550&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14. การพัฒนาบุคลากรเรื่องผู้นำการเปลี่ยนแปลง จัดประชุมใครก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. ครูชำนาญการพิเศษลาศึกษาต่อ ใครอนุญาต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16. ข้อใดเป็นครุภัณฑ์&lt;br /&gt;ก. เครื่องตัดหญ้า 4500 บาท&lt;br /&gt;ข.โทรศัพท์มือถือ 3500 บาท&lt;br /&gt;ค.โทรสาร 6500 บาท&lt;br /&gt;ง. โปรแกรมคอม 7500 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17. ท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนจะบริหารให้นักเรียนรักการอ่านโดยจะจัดการบริหารอย่างไร&lt;br /&gt;ก ให้ครูแทรกทุกกลุ่มสาระ&lt;br /&gt;ข จัดกิจกรรมหมอภาษาและจัดประกวดแข่งขันบ่อยๆ&lt;br /&gt;ค จัดซื้อหนังสือและพัฒนาห้องสมุดให้น่าเรียนรู้&lt;br /&gt;ง จัดกิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน วันละ 10 นาที ทั้งโรงเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18. .ผู้บริหารมีทักษะข้อใดสำคัญที่สุด&lt;br /&gt;ก. การวางแผน&lt;br /&gt;ข.การตัดสินใจ&lt;br /&gt;ค.การจัดองค์กร&lt;br /&gt;ง.การสื่อสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19. ชุมชนอันดามัน ต้องจัดหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องใด จำเป็นและสำคัญที่สุด&lt;br /&gt;ก.ประมงยั่งยืน&lt;br /&gt;ข.ความรู้สึนามิ&lt;br /&gt;ค.ทักษะภาษาอังกฤษส่งเสริมการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;ง.เปลือกหอยสู่อุตสาหกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;20. การพัฒนาองค์การ O.D. เพื่ออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;21. .โรงเรียนรับนักเรียน 400 คน นักเรียนมาสมัคร 440 คน ทำอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;22. ผู้บริหารที่ไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศด้วยเงินส่วนตัว..แล้วนำความรู้มาถ่ายทอดด้วยเทคโนโลยีจนโรงเรียนเป็นที่ยอมรับผู้ปกครองนำนักเรียนมาเรียนเพิ่มขึ้นแสดงว่าผู้บริหารท่านนี้มีสมรรถนะใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;23.การบริหารความขัดแย้งเกิดประโยชน์อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;24.การจัดอาคารสถานที่ บรรยากาศ.....มีผลอย่างไร..&lt;br /&gt;ก. การพัฒนาการเรียนรู้&lt;br /&gt;ข.เสริมสร้างสุขภาพอนามัย&lt;br /&gt;ค....................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;25.ข้อใดไม่ใช่โครงการตามกลยุทธ์ของ สพฐ ปี 2550 ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;26. การเลื่อนขั้นเงินเดือน มีครู 44 คน ช่วยราชการ 4 คน ได้เลื่อนขั้นกี่คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;27. การจัดการศึกษา Home School ต้องขออนุญาตใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;28. ขั้นตอนการรู้จักนักเรียนรายบุคคลข้อใดที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;29. จากหัวข้อการทำวิจัย ข้อใดเป็นตัวแปรตาม “ การแก้ไขพฤติกรรมของผู้บริหารสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์การบริหารงานโรงเรียน ธันวาคม 2549&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;30. การจัดการในกระบวนการบริหารความเสี่ยงในข้อใดเป็นการเพิ่มมูลค่าให้องค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;31. ในโครงการประหยัดพลังงาน การมอบหมายงานให้บุคคลในข้อใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;32. ข้อใดเป็นวิธีขจัดความขัดแย้งในองค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;33.ผอ. จัดนิทรรศการ จะมอบหมายให้ครูท่านใดทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;34.ข้อดี ของการขัดแย้งของคน 2 กลุ่มในองค์กรคืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;35.บุคคลในคำสั่งใดที่ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญ มี ความรู้ด้านพัสดุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;36.ผู้บริหารในอุดมคติที่ข้าราชการครูต้องการคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;37.ห้องสมุดที่มีชีวิต คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;38.ครูที่ไม่เข้าสอนบ่อยครั้ง ได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้ว 2 ครั้ง และพบอีกครั้ง ผอ.จะดำเนินการอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;39. ข้อใดคือการบริหารงานแบบม่งเน้นผลสัมฤทธิ์&lt;br /&gt;ก. ผลงาน ผลลัพธ์ ผลกระทบ&lt;br /&gt;ข. ผลงาน ผลลัพธ์ ผลประโยชน์&lt;br /&gt;ค. ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุณภาพ&lt;br /&gt;ง. คุณภาพ ........ .........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;40. ข้อใดถูกต้องของการวางแผนกลยุทธ์&lt;br /&gt;ก. วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย แผนกลยุทธ์/ยุทธศาสตร์&lt;br /&gt;ข. พันธกิจ วิสัยทัศน์เป้าประสงค์ แผนกลยุทธ์/ยุทธศาสตร์&lt;br /&gt;ค. พันธกิจ นโยบาย เป้าหมาย แผนกลยุทธ์/ยุทธศาสตร์&lt;br /&gt;ง. พันธกิจ เป้าหมายวิสัยทัศน์ แผนกลยุทธ์/ยุทธศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;41. ทางโรงเรียนตรวจสอบพบว่าเครื่องกรองน้ำ ของโรงเรียนมีปัญหา พบเชื้อโรค ผู้บริหารควรดำเนินการอย่างไร&lt;br /&gt;ก.ให้นักเรียนนำน้ำจากบ้านมาดื่มเอง&lt;br /&gt;ข.ซื้อเครื่องกรองน้ำใหม่&lt;br /&gt;ค......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;42. ขั้นตอนต่อไปของวงจร PDCA ต่อไป คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;43. การกำหนดรูปแบบรายการคอม ถ้าเป็นกฎกระทรวงฉบับใหม่ ต้องเสนอเลขาสพฐ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;44. ข้อใดเป็นอุปสรรคในการบริหารแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน&lt;br /&gt;ก. กรรมการสถานสถานศึกษาขาดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่&lt;br /&gt;ข. บทบาทหน้าที่เปลี่ยนแต่ไม่เปลี่ยนวิธีทำงาน&lt;br /&gt;ค. ..........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;45. จะจัดอบรมครูเดือน กันยายน ใช้เงิน 12,000 จะใช้งบใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;46. การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่การเงิน&lt;br /&gt;ก. ให้มีการถ่วงดุล&lt;br /&gt;ข.เลือกคนซื่อสัตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;47. สมชาย มาสาย..........ไม่ส่งการบ้าน....ท่านผู้บริหารควรทำอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;48. ถ้าท่านเป็นผู้บริหารใหม่ (หรือย้ายไป) พบว่าวิสัยทัศน์โรงเรียนทันสมัย แต่เป็นไปได้น้อยท่านจะดำเนินการอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;49. โรงเรียนบ้านฟากฟ้า มีเงินสนับสนุนมาก ชุมชนให้การสนับสนุนด้วยดี มีความพร้อมทุกด้าน ท่านในฐานะเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนนี้ ท่านจะบริหารอย่างไร&lt;br /&gt;ก. ปรับปรุงบริเวณโรงเรียน ให้ร่มรื่น น่าดู น่าอยู่ น่าชม สมกับได้รับการสนับสนุนจากชุมชน&lt;br /&gt;ข. ปรับปรุงห้องผู้บริหาร ห้องรับรอง ให้เหมาะสม สะอาดน่าดู สวยงาม&lt;br /&gt;ค. จัดทำห้องปฏิบัติการ ICT จัดซื้อคอมพิวเตอร์ครบพร้อมใช้ เพื่อให้บริการกับชุมชน&lt;br /&gt;ง. สอบถามข้อมูลความต้องการของชุมชนก่อนลงมือปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;50. จากยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ท่านในฐานะผู้บริหารโรงเรียน ท่านจะจัดหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร&lt;br /&gt;ก. จัดหลักสูตรสองภาษาเพื่อให้สื่อภาษากับต่างชาติได้พอประมาณ&lt;br /&gt;ข. จัดหลักสูตรภูมิคุ้มกันวัฒนธรรมท้องถิ่น&lt;br /&gt;ค. จัดหลักสูตรสอนภาษาต่างให้กับชุมชน เพื่อการสื่อสารกับชาวต่างชาติ&lt;br /&gt;ง. จัดหลักสูตรใช้เงินอย่างไรให้ประหยัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;51. ท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียน มอบงานให้ครูบรรจุใหม่ทำ ซึ่งไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นท่านจะทำอย่างไร&lt;br /&gt;ก. กำกับ ตรวจสอบ วัด/ประเมินผล&lt;br /&gt;ข. ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล&lt;br /&gt;ค. ให้คำแนะนำขั้นตอน กำกับ ติดตามผล&lt;br /&gt;ง. ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;52. ในการประเมินภายนอกสถานศึกษาโดย สมศ. พบว่าภาพรวมส่วนใหญ่ของโรงเรียนท่านอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีหัวข้อหนึ่งคือด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องปรับปรุง ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหาร ท่านจะมีแนวทางการดำเนินงานอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;53. โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่อยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรม มีสาธารณูปโภคครับครัน ผู้ปกครองก็มีฐานะให้ความร่วมมือกับโรงเรียนเป็นอย่างดี ครูในโรงเรียนก็เก่งคอมพิวเตอร์กันทุกคน จะตั้งวิสัยทัศน์ (Vision) ของโรงเรียนนี้ว่าอย่างไร&lt;br /&gt; ก. ในปี 4555 โรงเรียนเราจะเป็นผู้นำด้าน IT&lt;br /&gt; ข. ในปี 4555 โรงเรียนของเราจะเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้&lt;br /&gt;ค. ในปี 4555 โรงเรียนของเราจะเป็น.............&lt;br /&gt;ง. ในปี 4555 โรงเรียนของเราจะเป็น................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;54. ถ้าท่านเป็นผู้บริหาร จะพัฒนาตนเองอย่างไร&lt;br /&gt;ก.ศึกษาดูงานเพื่อนำมาปรับปรุงโรงเรียน&lt;br /&gt;ข.ไปอบรมตามที่ได้รับคำสั่งจากเขต ด้วยตนเอง&lt;br /&gt;ค.ศึกษาจากอินเตอร์เน็ต จนเป็นผู้เชี่ยวชาญในการท่องเว็บ&lt;br /&gt;ง.หาความรู้จากการอ่านอย่างต่อเนื่องและนำมาบอกความรู้กับครู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;55. เด็กชาย.....เรียนอยู่ชั้น ม.2 มาขอลาออกไปทำงาน กับผู้ปกครอง ถ้าคุณเป็นผู้บริหารจะทำอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;56. ถ้าครูในโรงเรียนพานักเรียนไปแข่งขันแล้วได้รางวัลชนะเลิศ ระดับอะไรซักอย่าง ถ้าคุณเป็นผู้บริหารจะ ทำอย่างไร&lt;br /&gt;ก. ยกย่องหน้าเสาธงในการเข้าแถวตอนเช้า&lt;br /&gt;ข. ยกย่องในที่ประชุมคณะครู,&lt;br /&gt;ค. ยกย่องในการประชุมผู้ปกครองนักเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;57. ผอ.ใช้ให้ครูทำผลงาน เพื่อจะไปส่งเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ เป็นความผิดวินัยร้ายแรงไทษไม่ต่ำกว่าปลดออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;58. ร.ร.ถูกยุบ ผอ.จะประชุมกับใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;59. ผู้บริหารมีทักษะข้อใดสำคัญที่สุด&lt;br /&gt;ก. การวางแผน&lt;br /&gt;ข.การตัดสินใจ&lt;br /&gt;ค.การจัดองค์กร&lt;br /&gt;ง.การสื่อสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;60. หากข้าราชการถูกลงโทษ ต้องทำอย่างไร . อุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ ภายใน 30 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;61. ครูลาไปดูงานต่างประเทศ ใครอนุญาต&lt;br /&gt;ก. เลขา สพฐ.&lt;br /&gt;ข. ปลัดกระทรวง&lt;br /&gt;ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;62. . เป้าหมาย/วัตถุประสงค์การดูแลช่วยเหลือนักเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;63. ผู้บริหารจะให้ความรู้ครูเรื่องการวัดผลการศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;64. ครูสมพรต้องให้ใครอนุญาตให้ลาออกไปเป็นพนักงานวิทยาลัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;65. การจัดการศึกษา Home School ต้องขออนุญาตใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;66. ขั้นตอนการรู้จักนักเรียนรายบุคคลข้อใดที่ดีที่สุด . การเยี่ยมบ้านนักเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;67. จากหัวข้อการทำวิจัย ข้อใดเป็นตัวแปรตาม “ การแก้ไขพฤติกรรมของผู้บริหารสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์การบริหารงานโรงเรียน ธันวาคม 2549&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;68. โรงเรียนมีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคเกินงบประมาณ จะทำอย่างไร . จัดทำมาตรการประหยัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;69. การจัดการในกระบวนการบริหารความเสี่ยงในข้อใดเป็นการเพิ่มมูลค่าให้องค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;70. มีเงินงบประมาณงบดำเนินการค้างจ่าย ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาได้รับเงินอุดหนุนเมื่อเดือน พ.ย. ๑๒๐,๐๐๐ บาท บาท เงินรายได้ จากการระดมทรัพยากร 80,000 บาท เงินบริจาคเพื่อบำรุงรักษาพัสดุ 120,000 บาท ถ้าโรงเรียนจะซื้อคอมฯ 25,000 บาท ใช้เงินอะไร&lt;br /&gt;ก. เงินอุดหนุน&lt;br /&gt;ข. งบดำเนินการ&lt;br /&gt;ค.เงินรายได้&lt;br /&gt;ง.เงินบริจาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;71. เรียงลำดับ ระดับ-เงินเดือน- อายุราชการ – การรับเครื่องราชฯ- อายุตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;72. ผู้บริหารที่มีจิตบริการ ก.ปรับปรุงห้องพยาบาล ร้านค้าสวัสดิการ .....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;73. ตรวจ บ/ช เงิน ช่วงไหน ก. ตรวจทุกวัน ข. ตรวจทุกเดือน ค. ตรวจทุกไตรมาส .&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;74. ร.ร.แห่งหนึ่งเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ป. 6 มีนักเรียน 40-50 คน มีครู 3 คน (รวมผอ.แล้ว) จะจัดการเรียนการสอนอย่างไร ก. รวมชั้นแล้ว ให้ครู+ผ.อ.ทำงานธุรการ ข. จัด 3 ช่วงชั้นให้ครูทำงานธุรการ และใช้สื่อทางไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;75. ผู้บริหารใช้การวิจัยประกันคุณภาพเพื่อประโยชน์ใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;76. ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนท่านจะมอบหมายให้ผู้ใดรับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาติดต่อราชการกับโรงเรียน&lt;br /&gt;ก. บุคลิกภาพดี สุภาพ พูดจาเรียบร้อย&lt;br /&gt;ข. บุคลิกภาพดี มีความรู้ทางวิชาการ&lt;br /&gt;ค. มีมนุษย์สัมพันธ์ รู้ภาระงานในโรงเรียน&lt;br /&gt;ง. มีความสามารถในการสื่อสารและใช้เทคโนโลยี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;77. ถ้านักเรียนได้รับรางวัลพระราชทาน ถ้าคุณเป็นผู้บริหารจะ ทำอย่างไร&lt;br /&gt;ก. ยกย่องหน้าเสาธงในการเข้าแถวตอนเช้า,&lt;br /&gt;ข. ยกย่องในที่ประชุมคณะครู,&lt;br /&gt;ค. ยกย่องในการประชุมผู้ปกครองนักเรียน&lt;br /&gt;ง.เตรียมส่งโรงเรียนพระราชทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;78 ในการประเมินภายนอกสถานศึกษาโดย สมศ. พบว่าภาพรวมส่วนใหญ่ของโรงเรียนท่านอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีหัวข้อนึงคือด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องปรับปรุง ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหาร ท่านจะมีแนวทางการดำเนินงานอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;79. โรงเรียนบ้านฟ้างาม เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความขาดแคลนทางด้านปัจจัยทางการบริหารเป็นอย่างมาก ชุมชนโดยรอบยากจน ท่านในฐานะที่ย้ายมารับตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน ท่านบริหารโรงเรียนอย่างไร ก. จัดผ้าป่าการศึกษา&lt;br /&gt;ข. จัดหาทุนการศึกษา&lt;br /&gt;ค. ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น&lt;br /&gt;ง. ของบประมาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;80 .โรงเรียนบ้านฟากฟ้า มีเงินสนับสนุนมาก ชุมชนให้การสนับสนุนด้วยดี มีความพร้อมทุกด้าน ท่านในฐานะเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนนี้ ท่านจะบริหารอย่างไร&lt;br /&gt;ก. ปรับปรุงบริเวณโรงเรียน ให้ร่มรื่น น่าดู น่าอยู่ น่าชม สมกับได้รับการสนับสนุนจากชุมชน&lt;br /&gt;ข. ปรับปรุงห้องผู้บริหาร ห้องรับรอง ให้เหมาะสม สะอาดน่าดู สวยงาม&lt;br /&gt;ค. จัดทำห้องปฏิบัติการ ICT จัดซื้อคอมพิวเตอร์ครบพร้อมใช้ เพื่อให้บริการกับชุมชน&lt;br /&gt;ง. สอบถามข้อมูลความต้องการของชุมชนก่อนลงมือปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ซ้ำหลายข้อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วันหลังค่อยมาวิเคราะห์คำตอบกันนะครับ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-5897037169082276847?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/5897037169082276847/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=5897037169082276847' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/5897037169082276847'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/5897037169082276847'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2008/10/2550.html' title='ข้อสอบภาค ก ปี 2550'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-1758478314159170936</id><published>2008-10-19T18:31:00.000-07:00</published><updated>2008-10-19T18:39:34.684-07:00</updated><title type='text'>สมรรถนะในระบบราชการไทย</title><content type='html'>สมรรถนะหลัก&lt;br /&gt;สมรรถนะหลัก คือ คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมของตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกตำแหน่ง กำหนดขึ้นเพื่อหล่อหลอมค่านิยมและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร่วมกัน ประกอบด้วยสมรรถนะ 5 ด้าน คือ&lt;br /&gt;1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation)&lt;br /&gt;2. การบริการที่ดี (Service Mind)&lt;br /&gt;3. การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ (Expertise)&lt;br /&gt;4. จริยธรรม (Integrity)&lt;br /&gt;5. ความร่วมแรงร่วมใจ (Teamwork)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมรรถนะประจำกลุ่มงาน&lt;br /&gt;สมรรถนะประจำกลุ่มงาน คือ สมรรถนะที่กำหนดเฉพาะสำหรับแต่ละกลุ่มงานเพื่อสนับสนุนให้ข้าราชการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมแก่หน้าที่และส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น&lt;br /&gt;ถึงตรงนี้มีคำใหม่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคำ คือ “กลุ่มงาน” ในระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนใหม่นี้มีการจัดตำแหน่งงานทุกตำแหน่งให้อยู่ในกลุ่มงานต่าง ๆ มีทั้งหมด 18 กลุ่มงาน การจัดกลุ่มงานเป็นวิธีการจำแนกประเภทของงาน โดยการจัดงานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าไว้ในกลุ่มเดียวกัน โดยพิจารณาจากเกณฑ์ดังต่อไปนี้คือ&lt;br /&gt;1. กลุ่มลูกค้า / ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของตำแหน่งงานนั้นเป็นใคร เป็นกลุ่มลูกค้าภายในหรือภายนอกภาคราชการ&lt;br /&gt;2. ตำแหน่งงานนั้นมุ่งผลลัพธ์ / ผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจหลักของภาครัฐด้านใด&lt;br /&gt;ดังนั้น งานที่จัดอยู่ในกลุ่มงานเดียวกัน จึงควรมีวัตถุประสงค์ของงานและผลสัมฤทธิ์ของงานที่คล้ายคลึงกัน ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งในกลุ่มงานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดก็ควรจะมีสมรรถนะ (คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมประจำงาน) เช่นเดียวกัน เพื่อให้ได้ผลการปฏิบัติงานที่ดีเลิศ มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน&lt;br /&gt;กลุ่มงานในระบบราชการพลเรือนไทยมี 18 กลุ่มงาน คือ (1) กลุ่มงานสนับสนุนทั่วไป (General Support) (2) กลุ่มงานสนับสนุนงานหลักทางเทคนิคเฉพาะด้าน (Technical Support) (3) กลุ่มงานให้คำปรึกษา (Advisory) (4) กลุ่มงานบริหาร (Executive) (5) กลุ่มงานนโยบายและวางแผน (Policy and&lt;br /&gt;Planning) (6) กลุ่มงานศึกษาวิจัยและพัฒนา (Study and Research) (7) กลุ่มงานข่าวกรองและสืบสวน&lt;br /&gt;(Intelligence and Investigation) (8) กลุ่มงานออกแบบเพื่อพัฒนา (Development Design) (9) กลุ่มงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) (10) กลุ่มงานบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) (11) กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ (Public Communication and Promotion) (12) กลุ่มงานส่งเสริมความรู้ (Public Education and Development) (13) กลุ่มงานบริการประชาชนด้านสุขภาพและสวัสดิภาพ(Caring Services) (14) กลุ่มงานบริการประชาชนทางศิลปวัฒนธรรม (Cultural land Artistic Vocational Skill Services) (15) กลุ่มงานบริการประชาชนทางเทคนิคเฉพาะด้าน (Technical Services) (16) กลุ่มงานเอกสารราชการและทะเบียน (Registration and Record) (17) กลุ่มงานการปกครอง (Public Governance) และ (18) กลุ่มงานอนุรักษ์ (Conservation)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ละกลุ่มงานจะมีสมรรถนะประจำกลุ่มงาน ๆ ละอีก 3 ด้าน เมื่อรวมกับสมรรถนะหลักแล้ว ข้าราชการแต่ละคนจะต้องมุ่งพัฒนาสมรรถนะรวม 8 ด้าน ด้วยกัน&lt;br /&gt;สำหรับสมรรถนะประจำกลุ่มงานมีทั้งหมด 20 ด้าน ประกอบด้วย การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) การมองภาพองค์รวม (Conceptual Thinking) การพัฒนาศักยภาพคน (Caring &amp;amp; Developing) การสั่งการตามอำนาจหน้าที่ (Holding People Accountable) การสืบเสาะหาข้อมูล (Information Seeking) ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ (Organizational Awareness) ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativeness) ความถูกต้องของงาน (Concern for Order) ความมั่นใจในตนเอง (Self Confidence) ความยืดหยุ่นผ่อนปรน (Flexibility) สภาวะผู้นำ (Leadership) และสุนทรียภาพทางศิลปะ (Aesthetic Quality)&lt;br /&gt;สมรรถนะทั้งหมดข้างต้น กำหนดระดับไว้ 5 - 6 ระดับ การนำสมรรถนะไปใช้ในการบริหารให้เกิดผลการปฏิบัติงานที่ดี กระทำได้โดยกำหนดระดับของสมรรถนะประจำตำแหน่งไว้ในระดับต่าง ๆ เช่น ข้าราชการระดับ 3 (ระบบจำแนกตำแหน่งเดิม) หรือ K1 (ระบบจำแนกตำแหน่งใหม่) ต้องมีระดับสมรรถนะทุกด้านที่ระดับ 1 ยกเว้นการให้บริการที่ดีซึ่งกำหนดไว้ในระดับ 2 ผลที่เกิดขึ้น คือ ข้าราชการจะต้องพยายามปรับพฤติกรรมการทำงานให้เข้ากับความหมายของสมรรถนะต่าง ๆ ในระดับที่กำหนด และจากข้อเสนอของการศึกษาในเบื้องต้น หากไม่สามารถทำได้อาจมีผลทำให้สัดส่วนของค่าตอบแทนน้อยกว่าคนที่มีระดับสมรรถนะตามระดับที่กำหนดหรือมากกว่าที่กำหนด นอกจากนี้ระบบการเลื่อนระดับตำแหน่งที่ออกแบบไว้จะระบุชัดเจนว่า ข้าราชการที่จะสามารถเลื่อนระดับได้ อย่างน้อยจะต้องมีระดับสมรรถนะตามที่กำหนด รวมถึงการวางแผนพัฒนาข้าราชการก็ควรต้องให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่ต้องการด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักการของนำเอาสมรรถนะ (Competency) มาผูกไว้กับค่าตอบแทน เพื่อเป็นการปรับพฤติกรรมของคนในองค์การให้มีพฤติกรรมการทำงานในลักษณะที่พึงประสงค์ ซึ่งจะทำให้คนในองค์การมีผลงานที่ดีขึ้น (เพราะ Competency คือ คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ทำให้บุคคลมีผลงานที่ดีกว่าคนอื่น ๆ) และส่งผลให้องค์การโดยรวมมีผลงานที่ดีตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Competency จะเกี่ยวข้องกับข้าราชการอย่างไร&lt;br /&gt;สุภาษิตจีนกล่าวว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” หากมีการนำเอา Competency ผูกไว้กับค่าตอบแทน สิ่งที่ข้าราชการทุกคนควรทำคือ หาความรู้ว่า Competency ทั้ง 8 ด้านที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่งคืออะไร และต้องมี Competency ในระดับใด แล้วพยายามทำให้ตนเองมีพฤติกรรมเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้ไม่ว่าจะประเมินอย่างไร ก็คาดว่าน่าจะผ่านได้ด้วยดี เช่น Competency การมุ่งผลสัมฤทธิ์ ระดับที่ 1 กำหนดว่า เป็นการแสดงความมุ่งมั่นและกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติราชการให้ดี โดยมีพฤติกรรมตัวอย่างเช่น พยายามปฏิบัติราชการตามหน้าที่ให้ดีและถูกต้อง มีความมานะอดทน ขยันหมั่นเพียรและตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบในงานที่รับผิดชอบและสามารถส่งงานได้ตามกำหนดเวลาอย่างถูกต้อง ถ้าพฤติกรรมในการทำงานทำได้ตามนี้ผลการประเมินก็จะได้ระดับ 1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การวัด COMPETENCY ทำได้จริงหรือ&lt;br /&gt;ในเรื่องของการวัดและประเมิน Competency แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 3 กลุ่ม คือ&lt;br /&gt;1. Tests of Performance เป็นแบบทดสอบที่ให้ผู้รับการทดสอบทำงานบางอย่าง เช่น การเขียนอธิบายคำตอบ การเลือกตอบข้อที่ถูกที่สุด หรือการคิดว่าถ้ารูปทรงเรขาคณิตที่แสดงบนจอหมุนไปแล้วจะเป็นรูปใด แบบทดสอบประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถของบุคคล (can do) ภายใต้เงื่อนไขของการทดสอบ ตัวอย่างของแบบทดสอบประเภทนี้ได้แก่ แบบทดสอบความสามารถทางสมองโดยทั่วไป (general mental ability) แบบทดสอบที่วัดความสามารถเฉพาะ เช่น spatial ability หรือความเข้าใจด้านเครื่องยนต์กลไกและแบบทดสอบที่วัดทักษะหรือความสามารถทางด้านร่างกาย&lt;br /&gt;2. Behavior Observations เป็นแบบทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการสังเกตพฤติกรรมของผู้รับการทดสอบในบางสถานการณ์ แบบทดสอบประเภทนี้ต่างจากประเภทแรกตรงที่ผู้เข้ารับการทดสอบไม่ต้องพยายามทำงานอะไรบางอย่างที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่จะวัดจากการสังเกตและประเมินพฤติกรรมในบางสถานการณ์ เช่น การสังเกตพฤติกรรมการเข้าสังคม พฤติกรรมการทำงาน การสัมภาษณ์ก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย&lt;br /&gt;3. Self Reports เป็นแบบทดสอบที่ให้ผู้ตอบรายงานเกี่ยวกับตนเอง เช่น ความรู้สึก ทัศนคติ ความเชื่อ ความสนใจ แบบทดสอบบุคลิกภาพ แบบสอบถาม แบบสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ การตอบ&lt;br /&gt;คำถามประเภทนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ตอบก็ได้ การทดสอบบางอย่าง เช่น การสัมภาษณ์อาจเป็นการผสมกันระหว่าง Behavior Observations และ Self Reports เพราะการถามคำถามในการสัมภาษณ์อาจเกี่ยวข้องกับความรู้สึก ความคิดและทัศนคติของผู้ถูกสัมภาษณ์ และในขณะเดียวกันผู้สัมภาษณ์ก็สังเกตพฤติกรรมของผู้ถูกสัมภาษณ์ด้วยในขณะเดียวกัน&lt;br /&gt;เนื่องจาก Competency เป็นคุณลักษณะเชิงพฤติกรรม ดังนั้น การวัดหรือประเมินที่สอดคล้องที่สุด คือ การสังเกตพฤติกรรม ในการสังเกตพฤติกรรมนั้นมีสมมุติฐาน 2 ประการที่จะทำให้การสังเกตพฤติกรรมมีความถูกต้อง กล่าวคือ&lt;br /&gt;(1) ผู้ที่สังเกตและประเมินต้องทำด้วยความตรงไปตรงมา&lt;br /&gt;(2) ผู้ที่สังเกตและประเมินต้องใกล้ชิดเพียงพอที่จะสังเกตพฤติกรรมของผู้ที่ถูกประเมินได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้นั้นผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ประเมิน Competency ของข้าราชการ&lt;br /&gt;โดยผู้บังคับบัญชาจะทำความเข้าใจกับความหมายและระดับของ Competency ที่จะประเมิน และประเมินว่าพฤติกรรมการทำงานโดยรวม ๆ ของข้าราชการผู้นั้นสอดคล้องกับระดับ Competency ที่ระดับใด โดยผู้บังคับบัญชาจะต้องหมั่นสังเกตและบันทึกพฤติกรรมการทำงานของผู้ที่ถูกประเมินไว้เป็นระยะ ๆ เพื่อให้เป็นหลักฐานะยืนยันในกรณีที่ผู้ถูกประเมินไม่เห็นด้วยกับระดับ Competency ที่ได้รับการประเมิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางเลือกของการประเมิน Competency&lt;br /&gt;หากไม่ประเมิน Competency ด้วยการสังเกต จะสามารถประเมินด้วยวิธีใดได้บ้าง ทางเลือกคือ การจำแนกพฤติกรรมในแต่ละระดับ Competency ออกเป็นข้อ ๆ แล้วให้ผู้บังคับบัญชาตอบว่า ข้าราชการที่ถูกประเมินมีพฤติกรรมแบบนั้นน้อย ปานกลางหรือมาก ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้แบบประเมินมีความยาวมากขึ้น นอกจากนั้น อาจมีความยุ่งยากในการวิเคราะห์คะแนน และมีค่าใช้จ่ายในการจ้างออกแบบเพิ่มขึ้น ที่สำคัญไม่ว่าจะประเมินแบบใด ถ้าผุ้ประเมินไม่ได้ประเมินอย่างตรงไปตรงมาผลการประเมินก็จะไม่เที่ยงตรงอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมจึงมี Competency 8 ด้าน&lt;br /&gt;การมี Competency เพียง 8 ด้าน เพียงพอหรือไม่ ในทางปฏิบัติ Competency ไม่ควรมีมากจนเกินไป เพราะถ้ามีมากเกินไปจะพบว่า Competency บางด้านจะมีความสัมพันธ์กันเอง ซึ่งลักษณะเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อการทำนายผลการปฏิบัติงาน (เพราะถ้าใช้ Competency สองตัวที่มีความสัมพันธ์กันสูงไปหาความสัมพันธ์กับ Competency ตัวแรก พูดง่าย ๆ ก็คือ Competency ที่มีความสัมพันธ์กันเองสูงนั้น เมื่อนำไปใช้ทำนายผลการปฏิบัติงานใช้ได้เพียงตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น และจะยุ่งยากในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการประเมินอีกด้วย อีกประการหนึ่ง สมมุติว่า ถ้า Competency 20 ด้าน สามารถทำนายผลการปฏิบัติงานได้ดีกว่า Competency 8 ด้าน เพียง 10% บางทีการเพิ่มขึ้นของการทำนายผลการปฏิบัติงานเพียงเล็กน้อยนั้น อาจจะไม่คุ้มค่ากับการบริหารจัดการกับ Competency จำนวนที่มากขึ้นก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหน่วยงานมี Competency Model อยู่แล้ว จะทำอย่างไร&lt;br /&gt;โดยทั่วไป Competency Model ที่หน่วยงานมีอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งจะมีความหมายเหมือนกับ Competency Model ที่บริษัทเฮย์กรุป เสนอ เนื่องจากคุณลักษณะบางประการที่ทำให้บุคคลมีผลงานดีนั้นมีลักษณะเป็นสากล เช่น การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) เป็นต้น สำหรับ Competency บางส่วนที่ต่างกันนั้น อาจเกิดจากวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน หรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี Competency ที่แตกต่างกันบางส่วนนั้นอาจไม่ใช่สาระสำคัญมากนัก หากพิสูจน์ได้ว่า Competency Model ดังกล่าวต่างก็สามารถทำนายผลการปฏิบัติงานได้ดีพอ ๆ กัน&lt;br /&gt;สาระสำคัญในที่นี้อาจเป็นเรื่องความพยายามที่จะนำเอา Competency เข้ามาผูกกับระบบการจ่ายค่าตอบแทน เพื่อช่วยในการปรับพฤติกรรมของคนในองค์การให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น หากต้องการให้ระบบราชการทั้งระบบมีเอกภาพในเรื่องสมรรถนะและการนำไปบริหาร อีกทั้งนำไปใช้ในการประเมินผลงานแล้ว Competency Model ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบราชการน่าจะมีความสำคัญมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;บทความโดย  ·    รัชนีวรรณ  วนิชย์ถนอม&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-1758478314159170936?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/1758478314159170936/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=1758478314159170936' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/1758478314159170936'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/1758478314159170936'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2008/10/blog-post.html' title='สมรรถนะในระบบราชการไทย'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-3539009600211885777</id><published>2008-10-16T05:46:00.000-07:00</published><updated>2008-10-16T05:49:52.944-07:00</updated><title type='text'>สมรรถนะในระบบข้าราชการพลเรือนไทย  (Competency)</title><content type='html'>โดย  รัชนีวรรณ  วนิชย์ถนอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Competency  คือ  อะไร&lt;br /&gt;                         Competency  มีความหมายตามพจนานุกรมว่า  ความสามารถ  หรือสมรรถนะ ในภาษาอังกฤษมีคำที่มีความหมายคล้ายกันอยู่หลายคำ  ได้แก่ capability, ability, proficiency, expertise, skill, fitness, aptitude  โดยสำนักงาน  ก.พ.  ใช้ภาษาไทยว่า “สมรรถนะ”  แต่ในบางองค์การใช้คำว่า “ความสามารถ”   ดังนั้น  เพื่อให้เข้าใจตรงกันในบทความนี้จึงขอใช้คำว่า Competency / สมรรถนะ&lt;br /&gt;                         การนำความหมายของ Competency ไปใช้ในทางวิชาการ ก็สร้างความสับสนได้เช่นเดียวกัน  โดยกล่าวกันว่า  การกำหนดความหมายของ Competency  มีหลายความหมาย  เช่น Boyatsis (1982)  ให้ความหมาย “an underlying characteristic of the person which could be a motive, trait, skill, aspect of one’s self image or social role or a body of knowledge which he or she uses”  ส่วน McClelland  กล่าวว่า  competency  ควรจะเป็นสิ่งที่แยกระหว่าง superior  และ  average  คือ  สามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนที่มีผลงานโดดเด่นหรือปานกลาง&lt;br /&gt;                         แม้ว่า Competency  จะดูเป็นคำที่ใหม่และทันสมัย  แต่มีแนวคิดพื้นฐานมาจากแนวคิดเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล  เช่นในเรื่องเชาวน์ปัญญาและบุคลิกภาพที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในองค์การ  ซึ่งเป็นเรื่องที่นักจิตวิทยาองค์การได้ศึกษากันมาเป็นเวลานานแล้ว&lt;br /&gt;                         ผู้ที่ริเริ่มการใช้คำว่า Competency  คือ David McClelland  ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Hay McBer   เขาได้เขียนบทความเรื่อง Testing for Competence Rather than for Intelligence ในปี 1973  กล่าวกันว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Competency  ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือไปจากการวัดเชาวน์ปัญญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Competency  และ KSAO&lt;br /&gt;                         ในการศึกษาจิตวิทยาที่เกี่ยวกับการคัดเลือกบุคลากร  มักใช้คำว่า KSAO  เป็นคำย่อที่แสดงคุณลักษณะของบุคคลที่เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน   โดย  K   หมายถึง  Knowledge  (ความรู้)  S  หมายถึง    Skill  (ทักษะ)  A  หมายถึง Ability  (ความสามารถ)  และ O  หมายถึง  Other Characteristics   (คุณลักษณะอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน)  คำถามคือ Competency  มีอะไรใหม่นอกเหนือไปจาก KSAO  หรือไม่  กล่าวกันว่าโดยความหมายและเนื้อหาแล้ว Competency  ไม่ได้ต่างจาก KSAO  แต่ความแตกต่างอยู่ที่ Competency  เปลี่ยนการเน้นการวิเคราะห์คนมากกว่าการวิเคราะห์งาน  เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบองค์การสมัยใหม่ที่เน้นการทำงานเป็นโครงการ  และลักษณะงานที่กว้างและหลากหลาย&lt;br /&gt;-------------------------&lt;br /&gt;                *  Ph.D (Industrial &amp;amp; Organizational Psychology)  ศูนย์สรรหาและเลือกสรร  สำนักงาน  ก.พ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Competency  ในความหมายของบริษัทเฮย์กรุป&lt;br /&gt;                         บริษัทเฮย์กรุปให้ความหมายของ  Competency  ว่า  คือ  คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ทำให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัติงานได้ผลงานที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ โดยบุคลากรเหล่านี้แสดงคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมดังกล่าวมากกว่าเพื่อนร่วมงานอื่น ๆ  ในสถานการณ์ที่หลากหลายกว่า  และได้ผลงานดีกว่าผู้อื่น  จากความนี้จะเห็นได้ว่า  Competency  คือคุณลักษณะเชิงพฤติกรรม...ถ้าเช่นนั้น  ความรู้  ทักษะและความสามารถไม่ใช่  Competency  เช่นกัน  แต่บริษัทเฮย์กรุปแยกออกไว้ต่างหาก  เนื่องจากความรู้  ทักษะและความสามารถต่าง ๆ นั้น  กล่าวว่าเป็นสิ่งที่วัดได้ง่ายและตรงไปตรงมา  ขณะที่คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมเป็นสิ่งที่ซับซ้อนกว่าและวัดได้ยาก  การแยกสองส่วนออกจากกันจะทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการนั่นเอง&lt;br /&gt;                         ที่มาของคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมนั้นมาจากแรงผลักดันเบื้องลึก  (Motives)  อุปนิสัย  (Traits)  ภาพลักษณ์ภายใน  (Self-Image)  และบทบาทที่แสดงออกต่อสังคม  (Social Role)  ที่แต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันทำให้แสดงพฤติกรรมในการทำงานที่ต่างกัน  กล่าวกันว่าการให้ความสำคัญกับคุณลักษณะเชิงพฤติกรรม  คือการเลือกคนที่มีคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน  การพัฒนาและทำให้บุคลากรในองค์การมีคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ จะทำให้องค์การมีการพัฒนาในลักษณะที่ยั่งยืนกว่าการเน้นเพียงผลการปฏิบัติงานในเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Competency  Model  ของระบบราชการไทยมาจากไหน&lt;br /&gt;                         สำนักงาน  ก.พ.  ร่วมกับบริษัทเฮย์กรุปได้จัดทำ  Competency  Model ของระบบราชการไทย  จากข้อมูลหลายแหล่งด้วยกัน  กล่าวคือ  (1)  การจัดทำ  Competency Expert Panel Workshops  จำนวน 16  ครั้ง  โดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มงานได้มาร่วมประชุมและให้ความเห็นเกี่ยวกับ  Competency  ที่จำเป็นในแต่ละกลุ่มงาน  นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลาจากประสบการณ์จริงในการทำงานของข้าราชการแต่ละท่านที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้นด้วยการใช้เทคนิคการวิเคราะห์งานที่เรียกว่า  Critical Incident  (2)  ข้อมูลจากแบบสำรวจลักษณะงานที่ส่งออกไปให้ข้าราชการตอบ  จำนวนกว่า 60,000 ชุดทั่วประเทศ  และ (3)  ข้อมูลจาก  Hay’s Worldwide Competency Database  ของบริษัทเฮย์กรุป  ซึ่งเป็นข้อมูล  Competency Best Practice  ขององค์การภาครัฐในต่างประเทศ  ข้อมูลทั้งสามส่วนนี้เป็นที่มาของต้นแบบสมรรถนะ  หรือ  Competency Model  สำหรับระบบราชการไทย&lt;br /&gt;                         วัตถุประสงค์ของการกำหนดต้นแบบสมรรถนะ  (Competency Model)  สำหรับระบบราชการพลเรือนไทย  เพื่อสร้างแบบสมรรถนะ (Competency) ให้ภาคราชการพลเรือนโดยเฉพาะสำหรับใช้ในการบริหารและประเมินผลงานตลอดจนพัฒนาศักยภาพในระยะยาว   ซึ่งในด้านแบบสมรรถนะประกอบ&lt;br /&gt;ไปด้วย  สมรรถนะ 2 ส่วน  คือ  (1)  สมรรถนะหลักสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกกลุ่มงาน  และ  (2)  สมรรถนะประจำกลุ่มงานซึ่งแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                   สมรรถนะหลัก&lt;br /&gt;                         สมรรถนะหลัก  คือ  คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมของตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกตำแหน่ง  กำหนดขึ้นเพื่อหล่อหลอมค่านิยมและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร่วมกัน  ประกอบด้วยสมรรถนะ 5 ด้าน  คือ&lt;br /&gt;                         1.  การมุ่งผลสัมฤทธิ์  (Achievement Motivation)&lt;br /&gt;                         2.  การบริการที่ดี  (Service Mind)&lt;br /&gt;                         3.  การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ  (Expertise)&lt;br /&gt;                         4.  จริยธรรม  (Integrity)&lt;br /&gt;                         5.  ความร่วมแรงร่วมใจ  (Teamwork)&lt;br /&gt;                   สมรรถนะประจำกลุ่มงาน&lt;br /&gt;                         สมรรถนะประจำกลุ่มงาน  คือ  สมรรถนะที่กำหนดเฉพาะสำหรับแต่ละกลุ่มงานเพื่อสนับสนุนให้ข้าราชการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมแก่หน้าที่และส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น&lt;br /&gt;                         ถึงตรงนี้มีคำใหม่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคำ  คือ  “กลุ่มงาน”  ในระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนใหม่นี้มีการจัดตำแหน่งงานทุกตำแหน่งให้อยู่ในกลุ่มงานต่าง ๆ  มีทั้งหมด 18 กลุ่มงาน  การจัดกลุ่มงานเป็นวิธีการจำแนกประเภทของงาน  โดยการจัดงานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าไว้ในกลุ่มเดียวกัน  โดยพิจารณาจากเกณฑ์ดังต่อไปนี้คือ&lt;br /&gt;                         1.  กลุ่มลูกค้า / ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของตำแหน่งงานนั้นเป็นใคร  เป็นกลุ่มลูกค้าภายในหรือภายนอกภาคราชการ&lt;br /&gt;                         2.  ตำแหน่งงานนั้นมุ่งผลลัพธ์ / ผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจหลักของภาครัฐด้านใด&lt;br /&gt;                         ดังนั้น  งานที่จัดอยู่ในกลุ่มงานเดียวกัน  จึงควรมีวัตถุประสงค์ของงานและผลสัมฤทธิ์ของงานที่คล้ายคลึงกัน  ด้วยเหตุนี้  ผู้ที่ดำรงตำแหน่งในกลุ่มงานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดก็ควรจะมีสมรรถนะ  (คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมประจำงาน)  เช่นเดียวกัน  เพื่อให้ได้ผลการปฏิบัติงานที่ดีเลิศ  มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน&lt;br /&gt;                         กลุ่มงานในระบบราชการพลเรือนไทยมี 18 กลุ่มงาน  คือ &lt;br /&gt;(1)  กลุ่มงานสนับสนุนทั่วไป  (General Support) &lt;br /&gt;(2)  กลุ่มงานสนับสนุนงานหลักทางเทคนิคเฉพาะด้าน  (Technical Support) &lt;br /&gt;(3)  กลุ่มงานให้คำปรึกษา  (Advisory) &lt;br /&gt;(4)  กลุ่มงานบริหาร  (Executive)  &lt;br /&gt;(5)  กลุ่มงานนโยบายและวางแผน  (Policy and Planning) &lt;br /&gt;(6)  กลุ่มงานศึกษาวิจัยและพัฒนา  (Study and Research) &lt;br /&gt;(7)   กลุ่มงานข่าวกรองและสืบสวน  (Intelligence and Investigation) &lt;br /&gt;(8)  กลุ่มงานออกแบบเพื่อพัฒนา  (Development Design) &lt;br /&gt;(9)  กลุ่มงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  (International Relations) &lt;br /&gt;(10)  กลุ่มงานบังคับใช้กฎหมาย  (Law Enforcement) &lt;br /&gt;(11)  กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์  (Public Communication and Promotion) &lt;br /&gt;(12)  กลุ่มงานส่งเสริมความรู้  (Public Education and Development) &lt;br /&gt;(13)  กลุ่มงานบริการประชาชนด้านสุขภาพและสวัสดิภาพ   (Caring Services) &lt;br /&gt;(14)  กลุ่มงานบริการประชาชนทางศิลปวัฒนธรรม  (Cultural land Artistic Vocational Skill Services)  (15)  กลุ่มงานบริการประชาชนทางเทคนิคเฉพาะด้าน  (Technical Services) &lt;br /&gt;(16)  กลุ่มงานเอกสารราชการและทะเบียน  (Registration and Record)&lt;br /&gt;(17)  กลุ่มงานการปกครอง  (Public Governance) &lt;br /&gt;(18)  กลุ่มงานอนุรักษ์  (Conservation)&lt;br /&gt;                         แต่ละกลุ่มงานจะมีสมรรถนะประจำกลุ่มงาน ๆ ละอีก 3 ด้าน  เมื่อรวมกับสมรรถนะหลักแล้ว  ข้าราชการแต่ละคนจะต้องมุ่งพัฒนาสมรรถนะรวม 8 ด้าน  ด้วยกัน&lt;br /&gt;                         สำหรับสมรรถนะประจำกลุ่มงานมีทั้งหมด 20 ด้าน  ประกอบด้วย  การคิดวิเคราะห์  (Analytical Thinking)  การมองภาพองค์รวม  (Conceptual Thinking)  การพัฒนาศักยภาพคน  (Caring &amp;amp; Developing)  การสั่งการตามอำนาจหน้าที่  (Holding People Accountable)  การสืบเสาะหาข้อมูล  (Information Seeking)  ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ  (Organizational Awareness)  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Proactiveness)  ความถูกต้องของงาน  (Concern for Order)  ความมั่นใจในตนเอง  (Self Confidence)  ความยืดหยุ่นผ่อนปรน  (Flexibility)  สภาวะผู้นำ  (Leadership)  และสุนทรียภาพทางศิลปะ  (Aesthetic Quality)&lt;br /&gt;                         สมรรถนะทั้งหมดข้างต้น  กำหนดระดับไว้ 5 - 6 ระดับ  การนำสมรรถนะไปใช้ในการบริหารให้เกิดผลการปฏิบัติงานที่ดี  กระทำได้โดยกำหนดระดับของสมรรถนะประจำตำแหน่งไว้ในระดับต่าง ๆ  เช่น  ข้าราชการระดับ 3  (ระบบจำแนกตำแหน่งเดิม)  หรือ K1  (ระบบจำแนกตำแหน่งใหม่)  ต้องมีระดับสมรรถนะทุกด้านที่ระดับ 1  ยกเว้นการให้บริการที่ดีซึ่งกำหนดไว้ในระดับ 2  ผลที่เกิดขึ้น  คือ  ข้าราชการจะต้องพยายามปรับพฤติกรรมการทำงานให้เข้ากับความหมายของสมรรถนะต่าง ๆ  ในระดับที่กำหนด   และจากข้อเสนอของการศึกษาในเบื้องต้น   หากไม่สามารถทำได้อาจมีผลทำให้สัดส่วนของค่าตอบแทนน้อยกว่าคนที่มีระดับสมรรถนะตามระดับที่กำหนดหรือมากกว่าที่กำหนด  นอกจากนี้ระบบการเลื่อนระดับตำแหน่งที่ออกแบบไว้จะระบุชัดเจนว่า  ข้าราชการที่จะสามารถเลื่อนระดับได้ อย่างน้อยจะต้องมีระดับสมรรถนะตามที่กำหนด  รวมถึงการวางแผนพัฒนาข้าราชการก็ควรต้องให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่ต้องการด้วย&lt;br /&gt;                         หลักการของนำเอาสมรรถนะ  (Competency)  มาผูกไว้กับค่าตอบแทน  เพื่อเป็นการปรับพฤติกรรมของคนในองค์การให้มีพฤติกรรมการทำงานในลักษณะที่พึงประสงค์   ซึ่งจะทำให้คนในองค์การมีผลงานที่ดีขึ้น (เพราะ Competency  คือ  คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ทำให้บุคคลมีผลงานที่ดีกว่าคนอื่น ๆ)  และส่งผลให้องค์การโดยรวมมีผลงานที่ดีตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Competency  จะเกี่ยวข้องกับข้าราชการอย่างไร&lt;br /&gt;                สุภาษิตจีนกล่าวว่า  “รู้เขารู้เรา  รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”  หากมีการนำเอา Competency  ผูกไว้กับค่าตอบแทน    สิ่งที่ข้าราชการทุกคนควรทำคือ    หาความรู้ว่า  Competency  ทั้ง 8  ด้านที่จำเป็น&lt;br /&gt;สำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่งคืออะไร  และต้องมี  Competency  ในระดับใด  แล้วพยายามทำให้ตนเองมีพฤติกรรมเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ  ดังนี้ไม่ว่าจะประเมินอย่างไร  ก็คาดว่าน่าจะผ่านได้ด้วยดี  เช่น  Competency  การมุ่งผลสัมฤทธิ์  ระดับที่ 1  กำหนดว่า  เป็นการแสดงความมุ่งมั่นและกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติราชการให้ดี  โดยมีพฤติกรรมตัวอย่างเช่น  พยายามปฏิบัติราชการตามหน้าที่ให้ดีและถูกต้อง  มีความมานะอดทน  ขยันหมั่นเพียรและตรงต่อเวลา  มีความรับผิดชอบในงานที่รับผิดชอบและสามารถส่งงานได้ตามกำหนดเวลาอย่างถูกต้อง  ถ้าพฤติกรรมในการทำงานทำได้ตามนี้ผลการประเมินก็จะได้ระดับ 1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การวัด  COMPETENCY  ทำได้จริงหรือ&lt;br /&gt;                         ในเรื่องของการวัดและประเมิน Competency  แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ  3 กลุ่ม  คือ&lt;br /&gt;                         1.  Tests of Performance  เป็นแบบทดสอบที่ให้ผู้รับการทดสอบทำงานบางอย่าง  เช่น  การเขียนอธิบายคำตอบ  การเลือกตอบข้อที่ถูกที่สุด  หรือการคิดว่าถ้ารูปทรงเรขาคณิตที่แสดงบนจอหมุนไปแล้วจะเป็นรูปใด  แบบทดสอบประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถของบุคคล  (can do)  ภายใต้เงื่อนไขของการทดสอบ  ตัวอย่างของแบบทดสอบประเภทนี้ได้แก่  แบบทดสอบความสามารถทางสมองโดยทั่วไป  (general mental ability)  แบบทดสอบที่วัดความสามารถเฉพาะ  เช่น  spatial ability  หรือความเข้าใจด้านเครื่องยนต์กลไกและแบบทดสอบที่วัดทักษะหรือความสามารถทางด้านร่างกาย&lt;br /&gt;                         2.  Behavior Observations  เป็นแบบทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการสังเกตพฤติกรรมของผู้รับการทดสอบในบางสถานการณ์  แบบทดสอบประเภทนี้ต่างจากประเภทแรกตรงที่ผู้เข้ารับการทดสอบไม่ต้องพยายามทำงานอะไรบางอย่างที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว  แต่จะวัดจากการสังเกตและประเมินพฤติกรรมในบางสถานการณ์  เช่น  การสังเกตพฤติกรรมการเข้าสังคม  พฤติกรรมการทำงาน  การสัมภาษณ์ก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย&lt;br /&gt;                         3.  Self Reports  เป็นแบบทดสอบที่ให้ผู้ตอบรายงานเกี่ยวกับตนเอง  เช่น  ความรู้สึก  ทัศนคติ  ความเชื่อ  ความสนใจ  แบบทดสอบบุคลิกภาพ   แบบสอบถาม   แบบสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ   การตอบ&lt;br /&gt;คำถามประเภทนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ตอบก็ได้  การทดสอบบางอย่าง  เช่น  การสัมภาษณ์อาจเป็นการผสมกันระหว่าง  Behavior Observations  และ  Self Reports  เพราะการถามคำถามในการสัมภาษณ์อาจเกี่ยวข้องกับความรู้สึก  ความคิดและทัศนคติของผู้ถูกสัมภาษณ์  และในขณะเดียวกันผู้สัมภาษณ์ก็สังเกตพฤติกรรมของผู้ถูกสัมภาษณ์ด้วยในขณะเดียวกัน&lt;br /&gt;                         เนื่องจาก  Competency  เป็นคุณลักษณะเชิงพฤติกรรม  ดังนั้น  การวัดหรือประเมินที่สอดคล้องที่สุด  คือ  การสังเกตพฤติกรรม  ในการสังเกตพฤติกรรมนั้นมีสมมุติฐาน 2 ประการที่จะทำให้การสังเกตพฤติกรรมมีความถูกต้อง     กล่าวคือ    (1)  ผู้ที่สังเกตและประเมินต้องทำด้วยความตรงไปตรงมา    (2)  ผู้ที่สังเกตและประเมินต้องใกล้ชิดเพียงพอที่จะสังเกตพฤติกรรมของผู้ที่ถูกประเมินได้ตามรูปแบบที่&lt;br /&gt;กำหนดไว้นั้นผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ประเมิน  Competency  ของข้าราชการ  โดยผู้บังคับบัญชาจะทำความเข้าใจกับความหมายและระดับของ  Competency   ที่จะประเมิน  และประเมินว่าพฤติกรรมการทำงานโดยรวม ๆ  ของข้าราชการผู้นั้นสอดคล้องกับระดับ   Competency  ที่ระดับใด  โดยผู้บังคับบัญชาจะต้องหมั่นสังเกตและบันทึกพฤติกรรมการทำงานของผู้ที่ถูกประเมินไว้เป็นระยะ ๆ  เพื่อให้เป็นหลักฐานะยืนยันในกรณีที่ผู้ถูกประเมินไม่เห็นด้วยกับระดับ  Competency   ที่ได้รับการประเมิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางเลือกของการประเมิน Competency &lt;br /&gt;                         หากไม่ประเมิน Competency   ด้วยการสังเกต  จะสามารถประเมินด้วยวิธีใดได้บ้าง  ทางเลือกคือ  การจำแนกพฤติกรรมในแต่ละระดับ Competency   ออกเป็นข้อ ๆ  แล้วให้ผู้บังคับบัญชาตอบว่า  ข้าราชการที่ถูกประเมินมีพฤติกรรมแบบนั้นน้อย  ปานกลางหรือมาก  ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้แบบประเมินมีความยาวมากขึ้น  นอกจากนั้น  อาจมีความยุ่งยากในการวิเคราะห์คะแนน  และมีค่าใช้จ่ายในการจ้างออกแบบเพิ่มขึ้น  ที่สำคัญไม่ว่าจะประเมินแบบใด  ถ้าผุ้ประเมินไม่ได้ประเมินอย่างตรงไปตรงมาผลการประเมินก็จะไม่เที่ยงตรงอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมจึงมี Competency   8  ด้าน&lt;br /&gt;                         การมี Competency   เพียง 8 ด้าน  เพียงพอหรือไม่  ในทางปฏิบัติ Competency   ไม่ควรมีมากจนเกินไป  เพราะถ้ามีมากเกินไปจะพบว่า Competency   บางด้านจะมีความสัมพันธ์กันเอง  ซึ่งลักษณะเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อการทำนายผลการปฏิบัติงาน  (เพราะถ้าใช้ Competency   สองตัวที่มีความสัมพันธ์กันสูงไปหาความสัมพันธ์กับ Competency ตัวแรก  พูดง่าย ๆ ก็คือ Competency  ที่มีความสัมพันธ์กันเองสูงนั้น     เมื่อนำไปใช้ทำนายผลการปฏิบัติงานใช้ได้เพียงตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น     และจะยุ่งยากในการ&lt;br /&gt;บริหารจัดการ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการประเมินอีกด้วย  อีกประการหนึ่ง  สมมุติว่า  ถ้า  Competency   20 ด้าน  สามารถทำนายผลการปฏิบัติงานได้ดีกว่า  Competency   8 ด้าน  เพียง 10%  บางทีการเพิ่มขึ้นของการทำนายผลการปฏิบัติงานเพียงเล็กน้อยนั้น  อาจจะไม่คุ้มค่ากับการบริหารจัดการกับ  Competency   จำนวนที่มากขึ้นก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหน่วยงานมี  Competency   Model  อยู่แล้ว  จะทำอย่างไร&lt;br /&gt;                         โดยทั่วไป Competency  Model   ที่หน่วยงานมีอยู่แล้ว  ส่วนหนึ่งจะมีความหมายเหมือนกับ Competency  Model   ที่บริษัทเฮย์กรุป เสนอ  เนื่องจากคุณลักษณะบางประการที่ทำให้บุคคลมีผลงานดีนั้นมีลักษณะเป็นสากล  เช่น  การมุ่งผลสัมฤทธิ์  (Achievement Motivation)  เป็นต้น  สำหรับ Competency   บางส่วนที่ต่างกันนั้น  อาจเกิดจากวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน  หรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน  อย่างไรก็ดี Competency   ที่แตกต่างกันบางส่วนนั้นอาจไม่ใช่สาระสำคัญมากนัก  หากพิสูจน์ได้ว่า Competency  Model  ดังกล่าวต่างก็สามารถทำนายผลการปฏิบัติงานได้ดีพอ ๆ  กัน&lt;br /&gt;                         สาระสำคัญในที่นี้อาจเป็นเรื่องความพยายามที่จะนำเอา  Competency   เข้ามาผูกกับระบบการจ่ายค่าตอบแทน    เพื่อช่วยในการปรับพฤติกรรมของคนในองค์การให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ดังนั้น หากต้องการให้ระบบราชการทั้งระบบมีเอกภาพในเรื่องสมรรถนะและการนำไปบริหาร  อีกทั้งนำไปใช้ในการประเมินผลงานแล้ว    Competency  Model     ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบราชการน่าจะมี&lt;br /&gt;ความสำคัญมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สรุป&lt;br /&gt;                         Competency   หรือ  สมรรถนะที่จะนำมาใช้ในการบริหารและประเมินผลงาน  ตลอดจนพัฒนาศักยภาพในระยะยาวของข้าราชการและระบบราชการนั้น  ตามความหมายที่บริษัทเฮย์กรุปเสนอ  หมายถึง  คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ทำให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัติงานได้ผลโดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ  สำหรับต้นแบบสมรรถนะหรือ Competency  Model  ประกอบด้วย  สมรรถนะหลักที่ข้าราชการพลเรือนทุกคนต้องมี 5 ด้าน  และสมรรถนะประจำกลุ่มงานอีก 3 ด้าน  นอกจากนั้น  การประเมินสมรรถนะอาจจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารค่าตอบแทน  ดังนั้น  หากนำมาใช้ข้าราชการทุกคนก็ควรทำความเข้าใจกับสมรรถนะประจำตำแหน่งของตน  และพยายามปรับปรุงพฤติกรรมการทำงานของตนเองให้สอดคล้องกับสมรรถนะนั้น ๆ  ซึ่งจะนำไปสู่ผลการปฏิบัติงานเฉพาะตัวบุคคลที่ดีขึ้นและผลสัมฤทธาขององค์การ&lt;br /&gt;โดยรวม  ตลอดจนอาจทำให้ผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนตามสมรรถนะด้วย  อย่างไรก็ดี  การนำสมรรถนะมาใช้ในการบริหาร  ประเมินผลงานและพัฒนาศักยภาพในระบบราชการนั้น  ควรเน้นในเรื่องเอกภาพเป็นอันดับแรกก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;........................................................&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-3539009600211885777?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/3539009600211885777/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=3539009600211885777' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/3539009600211885777'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/3539009600211885777'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2008/10/competency.html' title='สมรรถนะในระบบข้าราชการพลเรือนไทย  (Competency)'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6797184164762894303.post-7645935102556348222</id><published>2008-10-12T02:13:00.000-07:00</published><updated>2008-10-12T02:30:40.453-07:00</updated><title type='text'>บทที่ 1  บทนำ</title><content type='html'>ในการสอบภาค ก. เพื่อคัดเลือกผู้ที่ประสงค์จะดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งแรก เมื่อปี 2550 ซึ่งข้อสอบเป็นครั้งแรกที่นำเอาการประเมินสมรรถนะทางการบริหารมาประเมินผู้เข้าสอบ โดยเป็นลักษณะของคำถามที่เป็นสถานการณ์ให้เลือกตอบข้อที่ถูกที่สุด  และเป็นข้อสอบที่แฝงจิตวิทยาไว้ด้วย  หากผู้เข้าสอบไม่นำหลักการหรือทฤษฎีมาเป็นแนวทางในการตอบ แต่ตอบตามความเคยชิน ทำให้หลายๆท่านสอบไม่ผ่าน  และที่สอบผ่านก็คะแนนไม่สูงมากนัก  อยู่ในกลุ่ม 60 กว่าๆเป็นส่วนใหญ่ &lt;br /&gt;ในการสอบครั้งต่อไปที่คาดกันว่าจะมีขึ้นในปี2552 ผมคิดว่า ข้อสอบจะยากขึ้น และจะเน้นระเบียบหรือแนวปฏิบัติการบริหารสถานศึกษา มาแฝงในข้อสอบจำนวนมาก  ดังนั้นผู้ที่เตรียมการสอบครั้งต่อไป จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจในหลักการกบริหารสถานศึกษา  โครงสร้างสถานศึกษา และระเบียบที่เกี่ยวข้องมากมายครับ  เรามาเริ่มต้นกันดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.  โรงเรียน คืออะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;/span&gt;&lt;a title="ขยาย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:Ian_Mackenzie_High_School_Classroom.jpg"&gt; &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 โรงเรียน เป็นหนึ่งใน "&lt;a title="สถานศึกษา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2"&gt;สถานศึกษา&lt;/a&gt;" ที่มีอำนาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โรงเรียน&lt;/span&gt; นั้นมีความหมายมากกว่าแค่การมี ห้องสี่เหลี่ยม มีโต๊ะ เก้าอี้ มีเด็กนักเรียน และมีครู มีหลักสูตรที่กำหนดเป็นแบบแผนเหมือนกันทั้งประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โรงเรียน&lt;/span&gt; ในความหมายที่ลึกซึ้ง คือ กลไกหนึ่ง ของชุมชนนั้น ที่มีบทบาทในการสร้างคน ให้มีการสร้างพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับสภาพแวดล้อมใกล้ตัว หรือบริบทแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น การประกอบอาชีพ วัฒนธรรมท้องถิ่น ทรัพยากรในท้องถิ่น ฯลฯ และถือว่าการเรียนรู้เรื่องราวเล่านี้เป็นวิชาพื้นฐาน ก่อนที่จะก้าวข้ามไปสู่ การเรียนรู้หลักวิชาสากล เพื่อที่จะนำหลักวิชาเหล่านั้นมาผสานรวมกับวิชาความรู้ในท้องถิ่นของตัว จนได้ นวัตกรรมใหม่ ขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โรงเรียน&lt;/span&gt; จึงไม่น่าจะใช่ สถานที่เรียนเพื่อให้สอบผ่าน และได้เพียงแผ่นกระดาษ แผ่นเดียวเท่านั้น และถือว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่บอกเราว่า "มีการศึกษาแล้ว"&lt;br /&gt;&lt;a name=".E0.B9.82.E0.B8.A3.E0.B8.87.E0.B9.80.E0."&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โรงเรียนในประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;โรงเรียนจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลของ&lt;a title="พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7"&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/a&gt; รัชกาลที่ 5 เมื่อ&lt;a title="พ.ศ. 2414" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2414"&gt;พ.ศ. 2414&lt;/a&gt; โปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกขึ้นในพระบรมมหาราชวัง คือ&lt;a title="โรงเรียนนายทหารมหาดเล็ก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81"&gt;โรงเรียนนายทหารมหาดเล็ก&lt;/a&gt; ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น &lt;a title="โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9A"&gt;โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ&lt;/a&gt;สอนวิชา&lt;a title="ภาษาไทย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2"&gt;ภาษาไทย&lt;/a&gt; &lt;a title="คณิตศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;คณิตศาสตร์&lt;/a&gt; และขนบธรรมเนียมราชการ ต่อมายังได้โปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนหลวงสอนภาษาอังกฤษขึ้นที่พระราชวังนันทอุทยาน ฝั่งธนบุรี โรงเรียนทำแผนที่ในกรมมหาดเล็ก โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ และ &lt;a title="พ.ศ. 2427" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2427"&gt;พ.ศ. 2427&lt;/a&gt; ก็โปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรทั่วไปขึ้นตามวัดหลายแห่ง อาทิโรงเรียนเบญจมบพิตร หรือ&lt;a title="โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3"&gt;โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร&lt;/a&gt;ในปัจจุบัน &lt;a title="พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7"&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/a&gt; พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง เป็น&lt;a title="โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์&lt;/a&gt;โดยตรง ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น และโรงเรียนหลวงแห่งแรกของราษฎร คือ &lt;a title="โรงเรียนวัดมหรรณพาราม (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;โรงเรียนวัดมหรรณพาราม&lt;/a&gt;และมี &lt;a title="โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2"&gt;โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย&lt;/a&gt; เป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย &lt;a title="สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%96"&gt;สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ&lt;/a&gt; ได้โปรดเกล้าฯจัดตั้งโรงเรียนสำหรับสตรีขึ้น สอนทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ทรงจัดตั้ง&lt;a title="โรงเรียนราชินี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5"&gt;โรงเรียนราชินี&lt;/a&gt; บริเวณปากคลองตลาด นอกจากนี้ ยังมี&lt;a title="โรงเรียนราษฎร์ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;โรงเรียนราษฎร์&lt;/a&gt; ซึ่งเอกชนได้สร้างขึ้นหลายแห่ง เช่น &lt;a title="โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์&lt;/a&gt; &lt;a title="โรงเรียนอัสสัมชัญ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%8D"&gt;โรงเรียนอัสสัมชัญ&lt;/a&gt; ซึ่งมีบาทหลวงเป็นครูผู้สอน และโรงเรียนราษฎร์แห่งแรกที่จัดตั้งโดยคนไทย คือ &lt;a title="โรงเรียนบำรุงวิชา (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;โรงเรียนบำรุงวิชา&lt;/a&gt; เมื่อ &lt;a title="พ.ศ. 2442" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2442"&gt;พ.ศ. 2442&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6797184164762894303-7645935102556348222?l=krujojo.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://krujojo.blogspot.com/feeds/7645935102556348222/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6797184164762894303&amp;postID=7645935102556348222' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/7645935102556348222'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6797184164762894303/posts/default/7645935102556348222'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://krujojo.blogspot.com/2008/10/1.html' title='บทที่ 1  บทนำ'/><author><name>Mr.Jo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11617063522593262992</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='20' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_usXalR-JTnE/TRcM7X94A3I/AAAAAAAABaw/QQXoMWmhhIs/S220/jo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
